Warner Bros. Discovery ฟื้นคืนบัลลังก์! รายได้สตูดิโอโกย 2 พันล้าน จาก “Minecraft Movie – Superman” ส่งกำไรพุ่งทะลุชาร์ต

วงการฮอลลีวูดลุกเป็นไฟ! หลัง Warner Bros. Discovery (WBD) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 (เมษายน – มิถุนายน) ที่ผ่านมา ว่าธุรกิจสตูดิโอของค่ายฟื้นตัวแรงเกินคาด ด้วยรายได้จากหนังฟอร์มยักษ์ที่กวาดเงินทั่วโลกไปแล้วกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 🌎💵
ในไตรมาสนี้ WBD ส่งทัพหนังดังลงจอแบบจัดหนัก ไม่ว่าจะเป็น “A Minecraft Movie”, “Sinners”, “Final Destination: Bloodlines” และ “F1” ซึ่งล้วนมีส่วนสำคัญในการดันรายได้สตูดิโอเพิ่มขึ้นถึง 55% หรือกว่า 3.8 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) ของแผนกสตูดิโอทะยานจาก 210 ล้านดอลลาร์ ในปีก่อน มาแตะที่ 863 ล้านดอลลาร์ ในปีนี้ — เรียกได้ว่าโตแบบไฟลุก! 🔥
และไฮไลต์เด็ดที่ช่วยจุดกระแสต่อเนื่องก็คือการมาของ “Superman” ที่แม้จะเข้าฉายหลังปิดไตรมาส แต่กลับเปิดตัวแรงสุดในประวัติศาสตร์ของหนังซูเปอร์แมน โกยรายได้เปิดตัวทั่วโลกไปกว่า 220 ล้านดอลลาร์ 🚀 ทำให้ WBD มั่นใจว่าไตรมาส 3 ก็ยังแรงต่อเนื่องแน่นอน
David Zaslav ซีอีโอแห่ง WBD ถึงกับออกปากว่า การพลิกโฉมสตูดิโอหลังการควบรวมในปี 2022 คือการเดินหมากที่ถูกต้องที่สุด โดยการดึงตัว James Gunn และ Peter Safran มากุมบังเหียนจักรวาล DC และตั้ง Michael De Luca กับ Pam Abdy เป็นแม่ทัพใหญ่ของ Warner Bros. Motion Pictures ทำให้บริษัทจาก “อันดับท้ายตลาด” ทะยานขึ้นมาเทียบชั้นยักษ์ใหญ่อย่าง Disney ได้สำเร็จ
นอกจากนี้ Zaslav ยังการันตีว่า WBD จะเดินหน้าสร้างหนัง “Tentpole” หรือหนังแม่เหล็กฟอร์มยักษ์ปีละ 2–3 เรื่อง เพื่อเป็นเสาหลักของรายได้ พร้อมเผยข่าวดีว่า Peter Jackson ส่งบทหนัง “Lord of the Rings” ภาคใหม่เรียบร้อยแล้ว แถม “Super Family” ในจักรวาล DC ก็กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา
แม้จะยังมีแรงกดดันจากการปรับโครงสร้าง ลดพนักงาน และการเตรียมแยกธุรกิจกลับเป็นสองหน่วย (Warner Bros. + Discovery Global) ในปีหน้า แต่ตัวเลขล่าสุดก็บอกชัดว่า WBD กำลัง “กลับมาบนเส้นทางแห่งชัยชนะ” อีกครั้ง 💥




