Social/technologyLifeStyle

ญี่ปุ่นไม่ปล่อยให้เด็กดอยสู้ลำพัง! ทุ่มงบ 3.5 ล้าน สร้างหอพักหญิงกลางขุนเขาตาก ลดเสี่ยงค้ามนุษย์–เปิดทางการศึกษาสู่อนาคต

อีกหนึ่งก้าวสำคัญของความร่วมมือระดับนานาชาติที่ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือ “โอกาส” ของชีวิตเด็กหญิงในพื้นที่ห่างไกล เมื่อรัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติงบสนับสนุนจำนวน 3,541,500 บาท ภายใต้โครงการ The Project for the Construction of Female Dormitory at Secondary School in Tak Province ผ่านความร่วมมือทางเศรษฐกิจแบบให้เปล่าเพื่อพื้นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ (GGP) เพื่อสร้างหอพักนักเรียนหญิงแห่งใหม่ในพื้นที่ชายแดนไทย–เมียนมา

พิธีส่งมอบโครงการอย่างเป็นทางการจัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงเรียนท่าสองยางวิทยาคม โดยมี ปรีดา ฟุ้งตระกูลชัย นายอำเภอท่าสองยาง, บรรจงเศก ทรัพย์โสภา ผู้อำนวยการ มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชน, สุทินธ์ คำน่าน ผู้อำนวยการโรงเรียน และ คะจิวาระ โทรุ จาก สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

จังหวัด ตาก ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกของไทย มีประชากรกว่า 530,000 คน โดยกว่า 80% เป็นชาวกะเหรี่ยง และยังติดอันดับพื้นที่ที่มีอัตราความยากจนสูงของประเทศ โดยเฉพาะในอำเภอท่าสองยางที่มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่ำสุดในจังหวัด โรงเรียนท่าสองยางวิทยาคมในฐานะโรงเรียนมัธยมของรัฐเพียงแห่งเดียวของอำเภอ ต้องรองรับนักเรียนกว่า 1,100 คน ซึ่งส่วนใหญ่เดินทางมาจากหมู่บ้านห่างไกลบนภูเขา

การไปโรงเรียนของเด็ก ๆ ที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย ถนนลูกรัง ดินถล่ม ค่าเดินทางที่ครอบครัวไม่สามารถแบกรับ รวมถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะภัยค้ามนุษย์ กลายเป็นกำแพงที่ขวางกั้นสิทธิพื้นฐานทางการศึกษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แม้โรงเรียนจะมีหอพักหญิงถึง 7 หลัง แต่กว่า 5 หลังอยู่ในสภาพแออัดเกินมาตรฐานถึง 140% อีกทั้งบางอาคารมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 27 ปี เผชิญปัญหาโครงสร้างแตกร้าว หลังคารั่ว และเครื่องนอนชำรุด จนผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยไม่มั่นใจในความปลอดภัย และเลือกไม่ให้บุตรหลานเข้าพัก ส่งผลให้เด็กหญิงจากครอบครัวเปราะบาง—รวมถึงผู้ไม่มีสัญชาติ ต้องพลาดโอกาสทางการศึกษาไปอย่างน่าเสียดาย

ด้วยเหตุนี้ โครงการใหม่จึงมุ่งเน้นการรื้อถอนหอพักหลังเดิมที่เสื่อมสภาพ และก่อสร้างอาคารใหม่ที่สามารถรองรับนักเรียนหญิงได้ถึง 100 คน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสม เพิ่มศักยภาพการรองรับจากเดิม 180 คน เป็น 220 คน ลดความแออัด และยกระดับความปลอดภัยในการอยู่อาศัยอย่างเป็นรูปธรรม

การสนับสนุนในครั้งนี้ไม่เพียงตอบโจทย์ด้านโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังสะท้อนถึงการลงทุนใน “ความมั่นคงของมนุษย์” ที่จะส่งผลต่ออนาคตของเยาวชนในพื้นที่ภูเขาอย่างยั่งยืน — เพราะบางครั้ง การมี “ที่พักที่ปลอดภัย” อาจหมายถึงการได้ไปโรงเรียนในวันพรุ่งนี้

Related Articles

Back to top button