Cameron Picton กลับมาเปิดจักรวาลใหม่! “My New Band Believe” ปล่อยซิงเกิลเดือดละมุน “Love Story” ก่อนเสิร์ฟเดบิวต์อัลบั้ม 10 เม.ย. 2026

หลังจากเคยฝากชื่อไว้ในฐานะหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของวงแถวหน้าสายทดลองอย่าง black midi ล่าสุด Cameron Picton กลับมาอีกครั้งในโหมดใหม่แบบเต็มตัวกับโปรเจกต์ My New Band Believe ที่กำลังจะเปิดตัวอัลบั้มเดบิวต์อย่างเป็นทางการภายใต้สังกัด Rough Trade Records โดยมีคิววางแผงในวันที่ 10 เมษายน 2026 และก่อนที่ทั้งโลกจะได้สัมผัสภาพรวมของอัลบั้ม เขาก็ส่งซิงเกิลใหม่ชื่อ “Love Story” ออกมาปลุกอารมณ์ให้คนฟังได้ชิมลางกันก่อนแล้ว
เพลงนี้ถือเป็นอีกมุมหนึ่งของ Picton ที่แฟนเก่าแฟนใหม่ต้องหันกลับมามอง เพราะ “Love Story” ไม่ได้มาในรูปแบบรักหวานเลี่ยนหรือความโรแมนติกสำเร็จรูป แต่เลือกเล่าเรื่องความสัมพันธ์ผ่านชีวิตประจำวันธรรมดา ๆ ที่ฟังดูเรียบง่ายเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตอยู่ในบ้าน ทำอาหาร เดินออกไปข้างนอก หรือการฝันถึงอนาคตร่วมกัน ทว่าความละมุนเหล่านั้นกลับค่อย ๆ ถูกสั่นคลอนด้วยเหตุการณ์สูญเสียที่เกิดขึ้นในพริบตาเดียว จนกลายเป็นเพลงรักที่ฟังแล้วเหมือนกำลังยิ้มอยู่ แต่ข้างในกลับค่อย ๆ แตกสลายอย่างเงียบงัน
ที่น่าสนใจคือ Picton เขียนเพลงนี้ขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงต้นปี 2024 โดยหยิบแรงบันดาลใจจากเพลงรักที่เขานึกขึ้นได้ในเวลานั้น แล้วนำมาบิดและเรียบเรียงใหม่ให้กลายเป็นเรื่องเล่าที่มีน้ำหนักมากกว่าคำว่ารักทั่วไป เพราะในงานชุดนี้ เขาตั้งใจจะพาผู้ฟังไปเห็น “ซาวด์ของการเป็น Singer-songwriter” ในอีกมิติหนึ่ง ไม่ใช่แค่เพลงเล่าความรู้สึกแบบตรงไปตรงมา แต่เป็นการออกแบบรายละเอียดทุกชั้นให้เรื่องใหญ่ดูจริงและแน่นมากขึ้น

Picton เคยอธิบายไว้ด้วยว่า เพลงแนว Singer-songwriter ในช่วงปี 2019–2023 หลายครั้งทำให้เรื่องใหญ่ดูเบาบางเกินไป จนความเจ็บ ความสูญเสีย หรือความสำคัญของช่วงเวลานั้นหายไปกับการเล่าแบบเรียบ ๆ ดังนั้นในอัลบั้มนี้เขาจึงพยายามหันมาใส่ใจ “รายละเอียดเล็ก ๆ” มากขึ้น เพื่อให้สิ่งที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตมนุษย์ฟังดูมีเนื้อ มีน้ำหนัก และจริงใจยิ่งกว่าเดิม ซึ่งนั่นทำให้ผลงานชิ้นนี้ไม่ได้ถูกยกให้เป็นแค่การกลับมาของอดีตสมาชิกวงดัง แต่ยังเป็นการประกาศตัวตนใหม่ในฐานะศิลปินที่กล้าควบคุมอารมณ์ และกล้าขยายโลกของตัวเองออกไปจากพื้นที่เดิม
ย้อนกลับไปในยุคของ black midi ชื่อของ Picton และเพื่อนร่วมวงเคยถูกพูดถึงในฐานะทีมที่สร้างโลกดนตรีอันซับซ้อน พุ่งพล่าน และคาดเดาได้ยาก แต่แฝงด้วยการจัดระเบียบอย่างน่าทึ่ง พวกเขาทำให้เสียงดนตรีเต็มไปด้วยแรงปะทะ ความโกลาหล และการเล่าเรื่องที่ทะลุกรอบเดิม ๆ จนกลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญของวง อย่างไรก็ตาม หลังจาก black midi ยุติบทบาทลงในปี 2023 Picton ก็ไม่ได้รีบกระโดดเข้าสู่วงใหม่หรือปล่อยอัลบั้มเดี่ยวทันที หากแต่เลือกค่อย ๆ ปล่อยให้ตัวเองจมลงไปในสตูดิโอ เพื่อค้นหาว่าเสียงของตัวเองในฐานะศิลปินที่ยืนอยู่หน้าวงจะมีหน้าตาแบบไหน
จากจุดก้ำกึ่งระหว่างการเป็นคนที่ทำงานอยู่ในทีมและคนที่ต้องยืนเป็นผู้นำตรงกลาง เวลานั้นเองที่ค่อย ๆ พาเขาไปสู่การก่อตัวของโปรเจกต์ My New Band Believe ซึ่งไม่ใช่แค่ชื่อใหม่ แต่คือการเปลี่ยนโครงสร้างความคิดทางดนตรีครั้งสำคัญ เป็นการย้ายจากความบ้าคลั่งที่ควบคุมอย่างแนบเนียน ไปสู่ความนิ่งที่ยังมีความแปลก ความลึก และความไม่ธรรมดาซ่อนอยู่ทุกมุม

ด้านซาวด์ของอัลบั้มเปิดตัวก็ยิ่งน่าจับตา เพราะ Picton วางภาพรวมของงานให้มีความรู้สึกคล้ายภาพหลอนหรือฝันประหลาดที่ค่อย ๆ พาผู้ฟังไหลไปตามอารมณ์และเรื่องราวที่ไม่จำเป็นต้องเป็นเส้นตรงเสมอไป โครงสร้างของอัลบั้มถูกผูกด้วยแนวคิดแบบ Dream Logic หรือ “ตรรกะแห่งความฝัน” ที่ทำให้แต่ละเพลงเชื่อมถึงกันด้วยความรู้สึกมากกว่าความสมเหตุสมผลแบบตรง ๆ ฟังแล้วอาจไม่ใช่การเดินเรื่องแบบชัดเจน แต่กลับมีเสน่ห์ในแบบที่ยิ่งฟังยิ่งดึงเข้าไปลึก
งานนี้ Picton รับบทเป็นทั้งผู้เล่าเรื่องและคนคุมเกมอารมณ์ของอัลบั้ม ขณะที่แรงสนับสนุนจากเพื่อนร่วมทีมอย่าง Kiran Leonard, Caius Williams, Steve Noble และ Andrew Cheetham ช่วยเติมพลังให้จักรวาลดนตรีของเขามีชีวิตมากขึ้น จนไม่ใช่แค่โปรเจกต์เดี่ยวที่เปลี่ยนชื่อวงใหม่ แต่กลายเป็นพื้นที่ทดลองทางความคิดที่มีทั้งความฟุ้ง ความคม และความบ้าบิ่นในระดับที่น่าตื่นเต้น
ทั้งหมดนี้ทำให้ My New Band Believe ไม่ได้เป็นเพียงการกลับมาของศิลปินคนหนึ่งหลังจากยุค black midi แต่คือการวางหมากใหม่ของ Cameron Picton บนเส้นทางที่เขาเลือกจะเล่าเรื่องด้วยภาษาของตัวเองอย่างแท้จริง และเมื่อซิงเกิล “Love Story” ถูกปล่อยออกมาแล้ว ความคาดหวังต่ออัลบั้มเต็มในวันที่ 10 เมษายน 2026 ก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นไปอีกขั้น เพราะนี่อาจเป็นงานที่พิสูจน์ชัดที่สุดว่า Picton ไม่ได้แค่ “ออกจากวงเดิม” แต่กำลังสร้างโลกใหม่ที่มีลายเซ็นของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ




