เพลง/TPOPบันเทิงไทย

โจอี้ ภูวศิษฐ์ เสิร์ฟ “ด้วยรักและเพลงเศร้า” Live Session โอบกอดคนอกหักด้วยเสียงเพลงที่เจ็บนุ่มลึกกว่าเดิม

ถ้าความเศร้าจะมีรูปแบบของตัวเอง ก็คงต้องเป็นเสียงที่ค่อย ๆ ซึมเข้าหัวใจแบบไม่ทันตั้งตัว เช่นเดียวกับโปรเจกต์พิเศษ “ด้วยรักและเพลงเศร้า” Live Session จาก โจอี้ ภูวศิษฐ์ ที่ครั้งนี้เลือกหยิบบทเพลงเศร้าในลายเซ็นของตัวเองกลับมาเล่าใหม่ในบรรยากาศที่ละมุน ลึก และใกล้ชิดกว่าเดิม โดยเปลี่ยนโทนจากงานต้นฉบับให้กลายเป็นเวอร์ชัน อะคูสติกโฟล์กซอง ที่มีเสน่ห์แบบฟังแล้วเหมือนนั่งคุยกับความรู้สึกของตัวเองตรง ๆ

โปรเจกต์นี้ไม่ได้มาแค่เพื่อให้แฟนเพลงได้ฟังเพลงเดิมในเวอร์ชันใหม่ แต่เหมือนเป็นการพาคนฟังเดินเข้าไปอีกชั้นของอารมณ์ เพราะเมื่อเสียงกีตาร์และเครื่องสายถูกเรียบเรียงอย่างพิถีพิถัน ความเศร้าที่เคยหนักก็กลับดูอ่อนโยนขึ้น แต่ในขณะเดียวกันกลับแทงลึกกว่าเดิมอย่างประหลาด บทเพลงที่เคยเศร้าอยู่แล้ว ยิ่งถูกตีความใหม่ก็ยิ่งทำให้สัมผัสได้ถึงความเปราะบางของหัวใจคนที่ยังไม่พร้อมปล่อยมือ

ใน Live Session ชุดนี้ โจอี้หยิบมารวมไว้ทั้งหมด 5 เพลง ที่แฟน ๆ คุ้นหูกันดี ได้แก่ “แสงดาว”, “โหยหา”, “Move On แบบใด”, “ของตาย” และ “โลกหลังความเศร้า” ซึ่งแต่ละเพลงถูกนำมาเรียบเรียงใหม่ให้เรียบง่ายขึ้น แต่ยังคงพลังของเนื้อหาและอารมณ์เอาไว้อย่างครบถ้วน บางเพลงฟังแล้วเหมือนกำลังคุยกับแผลเก่า บางเพลงเหมือนเป็นคำตอบของคนที่ยังไม่พร้อม move on และบางเพลงก็เหมือนการยอมรับความจริงแบบเงียบ ๆ ว่าเราต่างเคยเป็น “ของตาย” ในความสัมพันธ์ของใครสักคนมาแล้ว

จุดเด่นของงานนี้อยู่ที่ความตั้งใจจะเล่า “ความเศร้า” ในแบบที่ไม่กดทับคนฟัง แต่ชวนให้โอบกอดมันอย่างอ่อนโยน แทนที่จะพยายามทำให้ทุกอย่างฟูมฟายหรือดราม่าจัด โจอี้เลือกใช้ความนิ่ง ความละมุน และการเล่นดนตรีแบบใกล้ตัวเข้ามาทำงานร่วมกัน จนได้บรรยากาศของความเศร้าที่ไม่โหดร้าย แต่มีน้ำหนักพอให้คนฟังจมลงไปกับมันอย่างเต็มใจ

อีกหนึ่งความพิเศษที่ทำให้โปรเจกต์นี้อบอุ่นมากขึ้น คือบรรยากาศในวันบันทึกเสียง ซึ่งมีการเปิดโอกาสให้แฟนคลับผู้โชคดีจากกิจกรรมจำนวน 40 คน ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโมเมนต์สำคัญแบบใกล้ชิด ตั้งแต่การบันทึกภาพ การฟังเพลงสด ไปจนถึงการสัมผัสพลังของงานในพื้นที่เดียวกับศิลปินแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุด ๆ เรียกได้ว่าไม่ใช่แค่การชมคอนเทนต์ แต่เป็นการร่วมเป็นพยานให้กับช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกจริง

สิ่งนี้ยังสะท้อนความตั้งใจของโจอี้ที่อยากส่งต่อคำขอบคุณไปยัง #ด้อมตะวันทอแสง ที่อยู่เคียงข้างกันมาอย่างสม่ำเสมอ ผ่านผลงานที่ไม่ได้มีแค่ความไพเราะ แต่ยังมีความจริงใจอยู่เต็มทุกโน้ต ทุกคำร้อง และทุกการตีความใหม่ของเพลงเดิม

สำหรับแฟน ๆ ที่ชอบผลงานของโจอี้ในมุมที่ลึก ซึ้ง และมีชั้นเชิง โปรเจกต์ “ด้วยรักและเพลงเศร้า” Live Session คืออีกหนึ่งเวอร์ชันที่ไม่ควรพลาด เพราะมันไม่ใช่แค่การรวมเพลงเศร้า แต่เป็นการพาเราเข้าไปสัมผัสความเศร้าในรูปแบบที่อ่อนโยนกว่าเดิม และอาจทำให้เรามองความเสียใจของตัวเองด้วยสายตาที่นุ่มนวลขึ้นเช่นกัน ติดตามรับชม “ด้วยรักและเพลงเศร้า” Live Session ได้แล้วทาง YouTube ช่อง genierock

Related Articles

Back to top button