เพลง/TPOPบันเทิงไทย

JETAIME เปิดหมดเปลือกเบื้องหลัง “RED WINE” ซีนแอ็กชันเดือดเกินคาด ดาบฟาดกันจริงจังจนกองยังต้องยกนิ้วให้

กระแสของซิงเกิล “Red Wine” จาก JETAIME หรือ เชอแตม–ณมน สวาทยานนท์ แห่งค่าย 411Music ยังแรงต่อเนื่องไม่หยุด ล่าสุดเจ้าตัวออกมาเล่าเบื้องหลังการทำงานของมิวสิกวิดีโอให้แฟนๆ ได้เห็นอีกมุมที่ไม่ได้มีแค่ความสวย เซ็กซี่ และภาพลักษณ์ชวนหลง แต่ยังเต็มไปด้วยพลังการแสดงและฉากแอ็กชันที่ทำถึงแบบเกินคาด จนหลายคนดูแล้วต้องย้อนกลับไปเช็กอีกรอบว่า นี่ถ่าย MV หรือถ่ายหนังแอ็กชันกันแน่

หนึ่งในไฮไลต์ที่ถูกพูดถึงหนักมาก คือฉากปะทะดาบระหว่าง JETAIME และ Nex BUS ซึ่งกลายเป็นซีนที่ปลุกความเดือดของเพลงให้พุ่งขึ้นอีกระดับ เพราะไม่ใช่แค่ยืนเท่ๆ รับแสง รับกล้อง แต่ทั้งคู่ต้องลงมือเล่นฉากแอ็กชันกันจริงจัง แถมเคมียังเข้ากันแบบน่าประหลาดใจ จนทีมงานถึงกับออกปากว่าแต่ละช็อตดูมีจังหวะและพลังที่ลงตัวกว่าที่คาดไว้มาก

JETAIME เผยว่า ฉากแอ็กชันทั้งหมดใช้เวลาซ้อมเพียงแค่ 15 นาที เท่านั้น แต่พอถึงเวลาถ่ายจริงกลับไหลลื่นแบบมืออาชีพเกินคาด แทบไม่ต้องแก้คิวอะไรให้วุ่นวาย ซึ่งทำเอาทั้งผู้กำกับและทีมกองถ่ายเซอร์ไพรส์ไม่น้อย เพราะจากความเร็วในการซ้อมไม่น่าจะออกมาคมขนาดนี้ได้ แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นซีนที่ดูแน่น ดิบ และมีพลังมากพอจะดึงคนดูให้อยู่หมัดตั้งแต่ต้นจนจบ

อีกสิ่งที่ทำให้บรรยากาศกองถ่ายน่ารักและสนุกไปพร้อมกัน คือโมเมนต์ระหว่าง JETAIME กับ Nex BUS ที่คอยช่วยกันระหว่างถ่ายทำฉากแอ็กชัน จนคนในกองอดแซวไม่ได้ว่า “ฟันดาบสู้กันจริงจังมาก” เพราะแม้จะเป็นฉากดุเดือด แต่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยความเป็นกันเองและความเข้าขาที่ช่วยกันพยุงซีนให้สมบูรณ์แบบที่สุด

ส่วนงานฟาดดาบและการเคลื่อนไหวที่ดูเหมือนผ่านการฝึกมาอย่างหนัก ต้องยกเครดิตให้ Nex BUS แบบเต็มๆ เพราะเจ้าตัวมีความคล่องแคล่วและแม่นยำในการเล่นดาบ จนหลายคนในกองถึงกับชมว่าเหมือนกำลังดูงานถ่ายหนังแอ็กชันมากกว่ามิวสิกวิดีโอธรรมดา ทำให้ฉากต่อสู้ในเพลง “Red Wine” ออกมาดูสมจริง ดุดัน และช่วยเพิ่มเสน่ห์ของเพลงให้เข้มข้นขึ้นอีกหลายระดับ

ความน่าสนใจของงานชิ้นนี้จึงไม่ได้อยู่แค่ตัวเพลงที่ติดหูหรือภาพลักษณ์ที่น่ามองเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ความตั้งใจของศิลปินและทีมงานที่ทำให้ทุกซีนมีน้ำหนัก มีเรื่องราว และมีอารมณ์ร่วมแบบชัดเจน จนแฟนๆ หลายคนถึงกับพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า แค่ดูเบื้องหลังยังรู้สึกเหมือนกำลังชมซีรีส์หรือภาพยนตร์เรื่องหนึ่งอยู่เลย

ยิ่งเมื่อผสานทั้งภาพ ความเท่ ความเซ็กซี่ และฉากแอ็กชันที่เล่นถึงขนาดนี้ ก็ยิ่งทำให้ “Red Wine” ไม่ได้เป็นแค่เพลงใหม่อีกเพลงของ JETAIME แต่กลายเป็นผลงานที่สะท้อนตัวตนและศักยภาพของเธอได้อย่างชัดเจน ทั้งในด้านการร้อง การแสดง และพลังที่พร้อมจะดึงสายตาคนดูให้หยุดอยู่ตรงเธอได้ทุกวินาที

เรียกได้ว่าเพลงนี้ไม่ได้มาเล่นๆ ทั้งในเรื่องซาวด์และภาพลักษณ์ และถ้าเบื้องหลังยังเดือดขนาดนี้ ก็ไม่แปลกที่ MV จะถูกจับตามองแบบสุดๆ ว่าเป็นหนึ่งในผลงานที่น่าพูดถึงมากที่สุดของ JETAIME ในช่วงนี้อย่างแท้จริง

Related Articles

Back to top button