ภาพยนตร์บันเทิงไทย

“อัศจรรย์วันทอง” เผยโฉม 5 โปสเตอร์แรกสุดสะกดตา “อิ้งค์-หมาก-กลัฟ-ปริมมี่-เฟย” ปล่อยดาเมจแรง ยกตำนานรักสามเส้าให้ลุกเป็นไฟ

งานนี้เรียกได้ว่าเริ่มต้นกันแบบมีออร่าตั้งแต่ยังไม่เข้าฉายจริง เพราะภาพยนตร์ “อัศจรรย์วันทอง” (In The Name of Love) ได้ปล่อย 5 โปสเตอร์คาแรกเตอร์ชุดแรก ออกมาให้ได้ยลโฉมกันแบบชัดๆ พร้อมประกาศวันเข้าฉายอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ โดยการเปิดตัวครั้งนี้ไม่ธรรมดา เพราะแต่ละโปสเตอร์ไม่ได้มาแค่โชว์ความสวยหล่อของนักแสดง แต่ยังบอกเล่าทิศทางของเรื่องราวและนิยามความรักในมุมที่แตกต่างกันอย่างน่าสนใจ

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานสร้างเรื่องแรกของค่าย Black Dragon Entertainment ที่ขอเปิดตัวแบบจัดเต็มด้วยการหยิบเอาตำนาน “วันทอง” มาตีความใหม่ในมุมที่ร่วมสมัยมากขึ้น ท่ามกลางกลิ่นอายมหากาพย์รักสุดท็อกซิกที่คนไทยคุ้นเคยกันดี โดยขนทัพนักแสดงตัวท็อปมาร่วมขับเคลื่อนเรื่องราว นำโดย อิ้งค์-วรันธร เปานิล, หมาก-ปริญ สุภารัตน์, กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์, ปริมมี่-วิพาวีร์ พัทธ์ณศิริ และ เฟย-ภัทร เอกแสงกุล ที่ต่างปล่อยพลังคาแรกเตอร์ออกมาได้อย่างมีน้ำหนักและน่าจับตาสุดๆ

สิ่งที่ทำให้โปสเตอร์ชุดนี้โดดเด่นเป็นพิเศษ คือการใช้ฉากหลังเป็น ภาพจิตรกรรมฝาผนังของวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ซึ่งเป็นงานศิลปะที่บอกเล่าเรื่องราวของวันทอง ขุนแผน และขุนช้างอยู่แล้ว ยิ่งนำมาตีความผ่านโทนภาพของหนัง จึงยิ่งทำให้แต่ละโปสเตอร์ดูมีพลัง ทั้งงดงาม ลุ่มลึก และเต็มไปด้วยนัยทางอารมณ์ เหมือนกำลังเชื้อเชิญคนดูให้ก้าวเข้าไปสำรวจหัวใจของตัวละครแต่ละคน ว่าแท้จริงแล้วคำว่า “รักแท้” ของพวกเขาไม่เคยมีความหมายเหมือนกันเลย

เบื้องหลังโปรเจกต์นี้ยังน่าสนใจไม่แพ้ตัวหนัง เพราะได้นักสร้างระดับโลกอย่าง จูเลี่ยน จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Black Dragon Entertainment ซึ่งเคยมีผลงานเกี่ยวข้องกับโปรเจกต์ระดับนานาชาติอย่าง Snowpiercer และ The Admiral: Roaring Currents มานั่งแท่นดูแลในฝั่งโปรดิวซ์ ทำให้โปรเจกต์ “อัศจรรย์วันทอง” ถูกจับตามองตั้งแต่ต้นว่าอาจเป็นอีกหนึ่งงานที่ดันมาตรฐานหนังไทยให้ไปไกลกว่าที่เคย

ฝั่งงานกำกับได้ มุก-ปิยะกานต์ บุตรประเสริฐ เจ้าของผลงาน “ลอง ลีฟ เลิฟว์!” มารับหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราว ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า จุดเริ่มต้นของการคัดเลือกนักแสดงมาจากการได้เห็นภาพจิตรกรรมที่วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ก่อนจะรู้สึกสะดุดกับบุคลิกของ อิ้งค์-วรันธร จนตัดสินใจชวนมาแคสต์บทสำคัญในทันที โดยเฉพาะฉากอารมณ์หนักอย่างซีนประหาร ที่ทำให้ทีมงานถึงกับประหลาดใจเมื่ออิ้งค์สามารถถ่ายทอดโมโนล็อกออกมาได้ตรงอารมณ์อย่างน่าทึ่ง ทั้งยังร้องไห้ได้ตั้งแต่การลองเล่นครั้งแรกแบบแทบไม่ต้องปรุงแต่งเพิ่ม

ผู้กำกับยังพูดถึงการสร้างคาแรกเตอร์ของ ขุนแผน และ ขุนช้าง ว่าต้องการให้มีความต่างกันแบบชัดเจน ขุนแผนถูกวางให้มีความเป็นชายสูง แข็งแรง และน่าเชื่อถือ ขณะที่ขุนช้างจะถูกตีความใหม่ให้เป็นผู้ชายที่อ่อนโยน เข้าใจวันทอง และมีความละมุนในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งพอวาง หมาก-ปริญ และ กลัฟ-คณาวุฒิ ลงมาในสองบทนี้ ก็ยิ่งช่วยขับความต่างของตัวละครออกมาได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะหมากที่ผู้กำกับมองว่าเหมาะกับความเป็น “ผู้ชายแบบไทยๆ” ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ส่วนกลัฟก็โดดเด่นด้วยพลังของการแคสต์ที่ทำเอาทีมงานถึงกับใจสั่น เพราะเป็นคนที่อยากท้าทายบทใหม่ๆ และอยากฉีกภาพจำของตัวเองอย่างเต็มที่

ขณะเดียวกัน บทของ สายทอง ก็ถูกออกแบบให้มีมิติและความเซ็กซี่แบบแฟนตาซี ซึ่งผู้กำกับบอกตรงๆ ว่าอยากหานักแสดงหญิงที่มี sex appeal ชัดเจน จนสุดท้ายหวยก็ไปลงที่ ปริมมี่ ที่สามารถเติมภาพความเย้ายวนและความลึกลับให้กับตัวละครนี้ได้อย่างลงตัว ส่วนบทของ จันสอน รับบทโดย เฟย ก็ถูกวางให้เป็นสีสันสำคัญของเรื่องในฝั่งคอมเมดี้ โดยผู้กำกับมองว่า จันสอนไม่ได้เป็นแค่โจรในยุคอยุธยา แต่เป็นตัวละครที่มีพลังแบบคนหัวก้าวหน้า แถมยังเหมือน “คนเกิดผิดยุค” ที่มีวิธีคิดและพลังเฉพาะตัวจนกลายเป็นตัวชูรสของเรื่องไปโดยปริยาย

ทั้งหมดนี้ทำให้ “อัศจรรย์วันทอง” ไม่ได้เป็นแค่การหยิบวรรณคดีคลาสสิกมาทำใหม่ แต่คือการตีความความรัก ความถูกต้อง และความเจ็บปวดของผู้หญิงคนหนึ่งในมุมที่ร่วมสมัยและกล้าหาญมากขึ้น โดยยังคงความงดงามทางภาพและความเข้มข้นทางอารมณ์เอาไว้อย่างครบถ้วน

สำหรับใครที่ชอบหนังดราม่ารักซ้อนที่มีทั้งภาพสวย บทเข้ม และนักแสดงเคมีแรง งานนี้บอกเลยว่าต้องปักหมุดรอไว้ให้ดี เพราะ “อัศจรรย์วันทอง” เตรียมพาเรื่องราวของวันทองกลับมาเล่าใหม่ในแบบที่ทั้งสะเทือนใจและน่าจดจำกว่าที่เคย
เข้าฉาย 3 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

Related Articles

Back to top button