เพลงมีเป็นล้าน แต่ทำไม “เพลงนี้” ถึงไม่กล้าร้อง! TATTOO COLOUR เปิดโหมดคนแพ้ความทรงจำ ส่ง “คาราโอเกะ (Karaoke)” จี้แผลรักเก่าแบบเต็ม ๆ

ใครว่า “คาราโอเกะ” ต้องมีแต่เสียงหัวเราะและเพลงสนุก ๆ เพราะครั้งนี้ TATTOO COLOUR ขอพาเข้าสู่โหมดตรงกันข้าม ด้วยซิงเกิลใหม่ “คาราโอเกะ (Karaoke)” เพลงที่หยิบเอาความทรงจำของความสัมพันธ์ในอดีตมาเล่าแบบเจ็บ ๆ แต่ยังคงเสน่ห์ความเป็น TATTOO COLOUR เอาไว้ครบ ทั้งจังหวะกลาง ๆ ที่ฟังง่าย เมโลดี้ติดหู และบรรยากาศที่เหมือนกำลังชวนคนฟังกลับไปนั่งอยู่ในร้านคาราโอเกะกับใครบางคนอีกครั้ง เพียงแต่คนที่เคยนั่งร้องเพลงอยู่ข้าง ๆ วันนี้อาจไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว ทำให้ “คาราโอเกะ” กลายเป็นสถานที่แห่งความทรงจำที่ทั้งคิดถึงและไม่อยากกลับไปพร้อมกัน โดยเพลงนี้เป็นซิงเกิลลำดับที่ห้าจากอัลบั้มชุดที่เจ็ด Fitness Pop ของวง และเริ่มปล่อยให้ฟังอย่างเป็นทางการในวันที่เก้ากันยายน หลังจากวงโปรโมตเพลงด้วยคอนเซปต์ชวนตั้งคำถามว่า ระหว่าง “คิดถึงเพลงที่ร้องด้วยกัน” กับ “คิดถึงคนที่เคยร้องด้วยกัน” จริง ๆ แล้วเรากำลังคิดถึงอะไรกันแน่
ความแสบของเพลงอยู่ตรงที่มันไม่ได้เล่าเรื่อง “เลิกกันแล้วเสียใจ” แบบตรง ๆ แต่ใช้สิ่งที่ธรรมดามากอย่างเพลงคาราโอเกะมาเป็นตัวกระตุ้นความทรงจำ เพราะบางครั้งเพลงหนึ่งเพลงไม่ได้มีความหมายจากเนื้อร้องเพียงอย่างเดียว แต่มันผูกติดอยู่กับคน สถานที่ และช่วงเวลาที่เราเคยใช้ชีวิตร่วมกับใครบางคน พอความสัมพันธ์จบลง เพลงที่เคยร้องด้วยกันก็อาจกลายเป็นเพลงที่กดข้ามทันทีเมื่อมันดังขึ้น “คาราโอเกะ (Karaoke)” จึงเหมือนหยิบอาการของคนที่ยังมีแผลในใจมาขยายให้เห็นภาพชัดขึ้น โดยเฉพาะอารมณ์แบบ “เพลงนี้ร้องได้ทุกเพลง แต่เพลงนี้ขอผ่าน” เพราะไม่ได้กลัวเสียงดนตรี แต่กลัวว่าความทรงจำจะย้อนกลับมาเต็ม ๆ ต่างหาก และนี่คือพื้นที่ที่ TATTOO COLOUR ทำได้ดี เพราะสามารถเอาเรื่องใกล้ตัวมาผสมกับซาวด์ที่ฟังง่ายจนคนฟังเผลอร้องตาม ก่อนจะมารู้ตัวอีกทีว่าเนื้อเพลงกำลังพาเรากลับไปหา “ใครบางคน” ที่คิดว่าลืมไปแล้ว
ด้านเสียงร้อง เพลงนี้ได้ ดิม รัฐซี่ มารับหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราว ซึ่งช่วยให้บรรยากาศของเพลงมีความเป็น TATTOO COLOUR อย่างชัดเจน ทั้งน้ำเสียงที่มีความขี้เล่นปนเหงา และวิธีเล่าเรื่องที่ไม่ได้พยายามบีบอารมณ์จนหนักเกินไป แต่กลับปล่อยให้ความรู้สึกค่อย ๆ ทำงานกับคนฟังผ่านท่อนฮุกและเมโลดี้ที่จำง่าย งานนี้จึงมีโอกาสกลายเป็นเพลงประเภท “ฟังครั้งแรกก็จำได้ ฟังครั้งต่อไปเริ่มนึกถึงคนเก่า” ขณะเดียวกันโปรเจกต์ยังได้สีสันจากการร่วมงานกับศิลปินสายแรปอย่าง BOZO, เบส กานิศ (KANI$) และ banktazz ที่เข้ามาเติมมิติให้เพลงมีความร่วมสมัยมากขึ้น ไม่ได้จมอยู่กับความเศร้าเพียงด้านเดียว แต่ยังมีความกวน ความสนุก และคาแรกเตอร์จัดจ้านที่ช่วยทำให้โลกของเพลงมีชีวิตชีวา ซึ่งเป็นสูตรที่เข้ากับ DNA ของ TATTOO COLOUR ที่มักหยิบเรื่องธรรมดาในชีวิตมาขยายให้กลายเป็นเพลงที่คนฟังสามารถเอาเรื่องของตัวเองเข้าไปแทนที่ได้

ส่วน Music Video ก็เพิ่มความน่าสนใจขึ้นไปอีกขั้น เมื่อได้ เจนเย่ มารับบทนางเอก พร้อมการปรากฏตัวของแก๊งแรปเปอร์สุดป่วนอย่าง BOZO, KANI$ และ banktazz ที่เข้ามาสร้างสีสันให้กับเรื่องราว งานภาพจึงไม่ได้ถูกวางให้เป็นมิวสิกวิดีโอเพลงเศร้าแบบหม่น ๆ เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีความสนุกและความคัลเลอร์ฟูลที่สอดคล้องกับชื่อวงและบรรยากาศของ “คาราโอเกะ” โดยเฉพาะการนำคอนเซปต์เพลงรักเก่ามาอยู่ในพื้นที่ที่คนทั่วไปคุ้นเคยอย่างห้องคาราโอเกะ ทำให้สถานที่ที่ควรเป็นพื้นที่แห่งความบันเทิงกลับกลายเป็นพื้นที่ที่สามารถเปิดประตูไปสู่ความทรงจำได้ง่ายที่สุด และหลังจากปล่อยทีเซอร์ออกมา กระแสบนโซเชียลก็เริ่มมีแฟน ๆ จับตามองบทบาทของเจนเย่ รวมถึงบรรยากาศของ MV กันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เพลงถูกปล่อยพร้อมกันบนช่องทางสตรีมมิงและ YouTube ของ SMALLROOM ในช่วงค่ำวันที่แปดกันยายนตามประกาศของวง ก่อนจะปรากฏบนแพลตฟอร์มสตรีมมิงอย่างเป็นทางการในวันที่เก้ากันยายน
และนี่คืออีกหนึ่งชิ้นส่วนสำคัญของ Fitness Pop อัลบั้มชุดที่เจ็ดของ TATTOO COLOUR ที่กำลังทยอยเผยตัวตนออกมาเป็นเพลง ๆ โดย “คาราโอเกะ (Karaoke)” เลือกเปิดอีกด้านของคำว่า “เพลงรัก” ผ่านมุมของคนที่ยังจำได้ทุกอย่าง แม้ความสัมพันธ์จะเดินทางไปไกลแล้วก็ตาม เพราะสุดท้ายบางเพลงไม่ได้หายไปพร้อมกับคนที่จากเราไป มันยังอยู่ในเพลย์ลิสต์ อยู่ในร้านคาราโอเกะ และอยู่ในความทรงจำแบบที่บางครั้งเราไม่อยากยอมรับ งานนี้จึงไม่ใช่แค่ซิงเกิลใหม่ที่เอาไว้ร้องเล่น แต่เป็นเพลงสำหรับคนที่เคยมี “เพลงประจำตัวกับใครสักคน” แล้ววันหนึ่งต้องกดข้ามเพลงนั้นไปอย่างรวดเร็ว เพราะรู้ดีว่าถ้าร้องเมื่อไหร่ เรื่องเก่าอาจกลับมาทั้งหมดอีกครั้ง และถ้าใครเคยมีเพลงแบบนั้นในชีวิต เตือนเลยว่า “คาราโอเกะ (Karaoke)” อาจไม่ได้ทำให้คุณอยากร้องตาม แต่อาจทำให้คุณเผลอคิดถึงคนที่เคยร้องด้วยกันมากกว่า!




