จากเพลงรักสู่กลิ่นอายล้านนา! Bewmeelue แท็กทีม “เก๋ วรรณ์ฐกานต์” ปรุง “เทียนหอม (กำเมือง Version)” หอมละมุนจนต้องเปิดซ้ำ

เพลงรักที่เคยส่งต่อความอบอุ่น กำลังถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของภาษาถิ่นเหนือ! Bewmeelue หรือ บิว ธีรศานต์ มีลือ เดินหน้าต่อยอดเสน่ห์ของ “เทียนหอม” ด้วยการชวน “เก๋ วรรณ์ฐกานต์” มาร่วมถ่ายทอดในเวอร์ชันใหม่ “เทียนหอม (กำเมือง Version)” เปลี่ยนบรรยากาศจากเพลงรักคุ้นหูให้กลายเป็นบทเพลงที่มีกลิ่นอายล้านนาอย่างชัดเจน งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนภาษาในเพลงเท่านั้น แต่คือการนำอารมณ์ของเพลงเดิมมาถ่ายทอดผ่านสำเนียงและน้ำเสียงอีกแบบ จนเกิดเป็นสีสันทางดนตรีที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง โดยเพลงเวอร์ชันนี้เผยแพร่ในเดือนกันยายน 2569 และมีชื่อของ Bewmeelue และเก๋ วรรณ์ฐกานต์เป็นศิลปินร่วมกันอย่างเป็นทางการ
จุดเด่นของ “เทียนหอม (กำเมือง Version)” อยู่ที่การหยิบภาพเปรียบเปรยเรื่องความรักกับ “แสงเทียน” และ “กลิ่นหอม” มาขยายความรู้สึกผ่านภาษากำเมือง ทำให้เนื้อหาที่พูดถึงความรัก ความอบอุ่น และคนสำคัญซึ่งยังคงอยู่ในความทรงจำ มีรสชาติแตกต่างจากต้นฉบับอย่างชัดเจน โดยเฉพาะช่วงที่เปลี่ยนสำเนียงภาษาเป็นคำเมือง ทำให้บรรยากาศของเพลงมีความเป็นท้องถิ่นมากขึ้น ขณะเดียวกันเนื้อเพลงยังคงรักษาแก่นของเพลงรักเอาไว้ นั่นคือการเปรียบคนที่รักเป็นเหมือนแสงสว่างและกลิ่นหอมที่คอยโอบล้อมหัวใจ
การจับคู่เสียงของ Bewmeelue กับ เก๋ วรรณ์ฐกานต์ ก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้เวอร์ชันนี้น่าสนใจ เพราะเพลงไม่ได้พยายามทิ้งตัวตนเดิม แต่ใช้ความแตกต่างของน้ำเสียงมาสร้างบรรยากาศใหม่ให้กับเพลง โดยเครดิตเพลงระบุว่า ธีรศานต์ มีลือ และ รชต ประตังทะสา รับหน้าที่ด้านคำร้องและทำนอง ขณะที่รชตดูแลการเรียบเรียง และเก๋ วรรณ์ฐกานต์เข้ามาร่วมร้องในเพลงนี้ ผลลัพธ์จึงออกมาเป็นเพลงรักที่มีทั้งความละมุนและกลิ่นอายพื้นถิ่น โดยเฉพาะการใช้ “กำเมือง” เป็นส่วนหนึ่งของการเล่าเรื่อง ทำให้เพลงมีคาแรกเตอร์มากกว่าการทำเวอร์ชันใหม่แบบเปลี่ยนเสียงร้องเพียงอย่างเดียว

เบื้องหลังการปล่อยเวอร์ชันนี้ยังมาจากกระแสของ “เทียนหอม” ต้นฉบับที่ทีมงานระบุว่า หลังปล่อยเพลงไปประมาณหนึ่งสัปดาห์ สามารถทำยอดวิวทะลุหลักแสน และถูกนำเสียงไปใช้บน TikTok มากกว่า 1,000 คลิป จึงเกิดแนวคิดต่อยอดเพลงด้วยเวอร์ชันกำเมือง เพื่อพาเพลงรักเพลงเดิมไปพบกับกลุ่มผู้ฟังอีกมิติหนึ่ง เมื่อบวกกับการมีเก๋ วรรณ์ฐกานต์ ศิลปินสาวเหนือที่มีเอกลักษณ์ด้านน้ำเสียงเข้ามาร่วมงาน ก็ยิ่งทำให้โปรเจกต์นี้มีภาพของการนำเพลงป๊อปมาผสมกับอัตลักษณ์ทางภาษาและวัฒนธรรมอย่างชัดเจน
อีกมุมที่น่าสนใจคือ “เทียนหอม (กำเมือง Version)” สะท้อนให้เห็นว่าการทำเพลงในยุคนี้ไม่ได้จำเป็นต้องเลือกอยู่ระหว่าง “ความร่วมสมัย” กับ “ความเป็นท้องถิ่น” เพราะทั้งสองอย่างสามารถเดินไปด้วยกันได้ เพลงหนึ่งเพลงสามารถเปลี่ยนมิติผ่านภาษา สำเนียง และวิธีการร้อง โดยยังคงรักษาเมโลดี้และแก่นของเรื่องราวเอาไว้ได้ ยิ่งในยุคที่เพลงถูกค้นพบผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล การมีเวอร์ชันที่มีคาแรกเตอร์เฉพาะตัวก็ช่วยเปิดประตูให้บทเพลงเดินทางไปสู่กลุ่มผู้ฟังที่หลากหลายมากขึ้น ขณะที่เวอร์ชันกำเมืองของเพลงนี้ก็เลือกใช้เสน่ห์ของภาษาเหนือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความแตกต่าง
ใครที่อยากสัมผัส “เทียนหอม” ในอารมณ์ใหม่ ตอนนี้สามารถตามฟัง “เทียนหอม (กำเมือง Version)” ของ Bewmeelue และ เก๋ วรรณ์ฐกานต์ ได้แล้ว โดยเพลงมีให้รับฟังผ่านช่องทางสตรีมมิ่ง และมีการเผยแพร่ผ่าน YouTube: RUM Music Label ตามข้อมูลประชาสัมพันธ์ของเพลง จากเพลงรักที่เปรียบความรู้สึกเป็นเหมือนแสงเทียนและกลิ่นหอม เวอร์ชันนี้กำลังเติม “กลิ่นอายล้านนา” เข้าไปจนกลายเป็นอีกหนึ่งสีสันของเพลงไทยที่น่าฟัง โดยเฉพาะใครที่ชอบเพลงรักละมุน ๆ แต่ก็อยากได้สำเนียงและรสชาติแบบเหนือ ๆ บอกเลยว่าเพลงนี้มีของให้ลองเปิดแล้วต้องเปิดซ้ำ!




