ปิดฉาก BKKIFF 2026 อย่างคึกคัก! “Connecting Stories, Creating Opportunities” เชื่อมคนทำหนังไทยสู่เครือข่ายนานาชาติ ดันกรุงเทพฯ สู่พื้นที่สำคัญของโลกภาพยนตร์

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร 2569 หรือ Bangkok International Film Festival 2026 (BKKIFF 2026) เดินทางมาถึงช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนปิดฉากอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 กันยายน ภายใต้แนวคิด “Connecting Stories, Creating Opportunities” หรือ “เชื่อมโยงเรื่องราว สร้างโอกาส” ตลอดระยะเวลาการจัดงาน เทศกาลไม่ได้วางตัวเป็นเพียงพื้นที่สำหรับฉายภาพยนตร์ แต่ยังเปิดเวทีให้ผู้กำกับ นักแสดง โปรดิวเซอร์ ผู้ชม และบุคลากรจากหลากหลายภาคส่วนของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ได้พบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และต่อยอดความร่วมมือระหว่างกัน โดยปีนี้มีภาพยนตร์มากกว่า 150 เรื่องจากหลากหลายประเทศเข้าร่วมเทศกาล และจัดฉายในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ
สาระสำคัญที่ถูกเน้นย้ำตลอดเทศกาลคือการทำให้ “ภาพยนตร์” เป็นมากกว่าความบันเทิงบนจอใหญ่ เพราะ BKKIFF 2026 ต้องการสร้างพื้นที่กลางให้เรื่องราวจากผู้สร้างต่างวัฒนธรรมเดินทางมาพบกับผู้ชม พร้อมเปิดโอกาสให้คนทำงานในอุตสาหกรรมได้สร้างเครือข่ายใหม่ ๆ นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ระบุถึงบทบาทของเทศกาลว่าเป็นพื้นที่ที่รวมทั้งผู้คน ความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะ วัฒนธรรม และอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน ขณะที่ภาพยนตร์ไทยเองก็สามารถใช้เวทีนี้ถ่ายทอดเรื่องราว วิถีชีวิต และมุมมองของประเทศไทยไปสู่สายตานานาชาติได้มากขึ้น
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตาคือการขยับจาก “เทศกาลหนัง” ไปสู่การสร้างระบบนิเวศของอุตสาหกรรมภาพยนตร์อย่างจริงจัง เพราะตลอดงานมีทั้งกิจกรรมสำหรับผู้ชมและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจและการพัฒนาโปรเจกต์ โดยเฉพาะ BKKIFF Talad Nang ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้สร้าง ผู้ประกอบการ ผู้ซื้อ นักลงทุน และพันธมิตรจากต่างประเทศเข้ามาพบกัน ขณะที่ BKKIFF Project Market เปิดโอกาสให้เจ้าของโปรเจกต์ภาพยนตร์นำเสนอแนวคิดเพื่อเชื่อมต่อกับผู้ผลิตและผู้ลงทุน นอกจากนี้ยังมี Facilities Tour ที่พาผู้ประกอบการต่างประเทศไปสัมผัสศักยภาพด้านสตูดิโอและโครงสร้างพื้นฐานของไทยด้วย

ในมุมของ คุณดรสะรณ โกวิทวณิชชา Festival Director การจัดงานตลอดสองสัปดาห์สะท้อนแนวคิด “Connecting Stories, Creating Opportunities” ผ่านการเปิดพื้นที่ให้ภาพยนตร์จากไทยและต่างประเทศได้พบกับผู้ชมโดยตรง รวมถึงการสร้างโอกาสให้ผู้กำกับ นักแสดง และทีมงานจากหลายประเทศเข้ามาพูดคุยและแลกเปลี่ยนมุมมองกัน เทศกาลจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็น “หน้าต่าง” ให้ผู้ชมเห็นภาพยนตร์จากทั่วโลก แต่ยังทำหน้าที่เป็น “สะพาน” เชื่อมคนทำหนังและบุคลากรในอุตสาหกรรมเข้าหากัน ซึ่งเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือในอนาคต
ตลอดเทศกาลยังมีโปรแกรมที่สะท้อนความหลากหลายของโลกภาพยนตร์ ตั้งแต่ภาพยนตร์ไทย ผลงานจากเอเชีย ไปจนถึงหนังจากยุโรปและภูมิภาคอื่น ๆ โดยมีทั้งหนังแข่งขัน หนังคลาสสิก แอนิเมชัน สารคดี และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ขณะที่ “9 Temples to Heaven” ผลงานของ Sompot Chidgasornpongse ถูกเลือกเป็นภาพยนตร์เปิดเทศกาล และเป็นผลงานที่ได้รับความสนใจจากเวทีต่างประเทศ รวมถึงเทศกาลเมืองคานส์ ก่อนถูกเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยสำหรับการพิจารณารางวัลออสการ์ ขณะเดียวกันโปรแกรม BKKIFF 2026 ถูกกระจายไปยังสถานที่ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ ทำให้เทศกาลมีลักษณะเป็นงานภาพยนตร์ระดับเมืองมากกว่าการรวมตัวอยู่ในโรงภาพยนตร์เพียงแห่งเดียว
และเมื่อ BKKIFF 2026 กำลังจะรูดม่านในวันที่ 27 กันยายน พร้อมปิดท้ายด้วย BKKIFF Award Night & Closing Ceremony ที่ IMAX ICON CINECONIC, ICONSIAM ภาพที่เกิดขึ้นตลอดสองสัปดาห์จึงเป็นอีกบทสำคัญของวงการภาพยนตร์ไทย ทั้งในแง่ของการเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้พบกับหนังหลากหลายจากทั่วโลก และการสร้างโอกาสให้คนทำหนังไทยได้เชื่อมต่อกับเครือข่ายระดับนานาชาติ ภายใต้คำว่า “Connecting Stories, Creating Opportunities” สิ่งที่ BKKIFF 2026 ทิ้งไว้จึงไม่ได้มีเพียงภาพยนตร์ที่ฉายบนจอ แต่รวมถึงเรื่องราว ความสัมพันธ์ และโอกาสใหม่ ๆ ที่อาจเดินหน้าต่อหลังเทศกาลปิดฉากลงแล้ว.กรมส่งเสริมวัฒนธรรม




