จากเด็กสายคณิตฯ สู่เส้นทางนักแสดง “ก้าวหน้า กิตติภัทร” เปิดหมดเปลือก! กว่าจะ “เข้าถึงบท” เคยเครียดจนปวดหัว ก่อน “โอ-อนุชิต” ช่วยปลดล็อก

จากเด็กที่เติบโตมากับโลกของตัวเลขและการเรียนสายคณิตศาสตร์ สู่การค้นพบว่าตัวเองมีอีกด้านที่อยากปล่อยให้เปล่งประกาย “ก้าวหน้า กิตติภัทร แก้วเจริญ” กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าเส้นทางสู่วงการบันเทิงไม่จำเป็นต้องเริ่มจากคำว่า “นักแสดง” เสมอไป เพราะเจ้าตัวมีพื้นฐานจากทั้งศาสตร์วิชาการและศิลปะการแสดง โดยเรียนสาขาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ ขณะเดียวกันก็ซึมซับเรื่องการร้องและการเต้นมาตั้งแต่เด็กจากคุณแม่ที่เป็นครูนาฏศิลป์ จนกลายเป็นอีกหนึ่งนักแสดงรุ่นใหม่ที่ค่อย ๆ สั่งสมประสบการณ์และพัฒนาฝีมือผ่านผลงานหลากหลาย ก่อนเดินทางมาถึงบทบาทล่าสุดในซีรีส์ “มรดกมืด” ที่เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นงานที่ท้าทายและทำการบ้านอย่างหนัก
ก้าวหน้าเล่าว่า ช่วงมหาวิทยาลัยเจ้าตัวตั้งใจเรียนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในช่วงปี 1 และปี 2 ที่พยายามเก็บวิชาให้ได้มากที่สุด เพราะวางแผนไว้ว่าหลังจากนั้นจะหาเวลากลับมาทำสิ่งที่ตัวเองรัก ทั้งร้องเพลง เต้น และโดยเฉพาะ “การแสดง” ซึ่งเป็นอีกพื้นที่ที่อยากลองพิสูจน์ตัวเอง แม้เส้นทางสองด้านจะดูแตกต่างกันสุดขั้ว แต่ก้าวหน้ากลับมองว่าทั้งสองอย่างสามารถเดินไปพร้อมกันได้ เพราะด้านหนึ่งคือการใช้เหตุผลและการวิเคราะห์ ส่วนอีกด้านคือการใช้ความรู้สึกและจินตนาการ เรียกได้ว่าเป็นการเติบโตของ “สมองซีกซ้ายและซีกขวา” ไปพร้อมกัน และกลายเป็นพื้นฐานที่ทำให้เขาสามารถนำทั้งความคิดเป็นระบบและความสร้างสรรค์มาประยุกต์ใช้กับงานบันเทิงได้
แต่เส้นทางนักแสดงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นที่ก้าวหน้าต้องเผชิญกับโจทย์สำคัญว่า จะทำอย่างไรเมื่อตัวละครตัดสินใจในสิ่งที่ตัวเองไม่เห็นด้วย เจ้าตัวเคยเกิดความรู้สึกขัดแย้งกับตัวละครจนถึงขั้นเครียดและปวดหัว เพราะมัวแต่คิดว่า “ถ้าเป็นเรา เราจะไม่ทำแบบนี้” จนได้คำแนะนำสำคัญจาก “โอ-อนุชิต สพันธุ์พงษ์” นักแสดงรุ่นพี่ที่ก้าวหน้ายกให้เป็นครูคนหนึ่งในเส้นทางการแสดง โดยคำแนะนำสำคัญคืออย่าเอาตัวเองไปตัดสินตัวละคร และอย่าคิดแทนตัวละครมากเกินไป เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือการรับบทเป็น “คนอื่น” ไม่ใช่การเล่นเป็นตัวเอง

คำสอนดังกล่าวกลายเป็นจุดเปลี่ยนแบบที่ก้าวหน้าบอกว่า “ปิ๊ง” และอาการปวดหัวจากความกดดันก็หายไป ก่อนจะนำหลักคิดนี้มาปรับใช้กับการทำงานอย่างจริงจัง นั่นคือการพยายามไม่ตัดสินตัวละคร แต่ทำความเข้าใจว่าทำไมตัวละครถึงเลือกคิดหรือทำสิ่งต่าง ๆ เช่นนั้น ขณะเดียวกันเจ้าตัวยังฝึกวิธีเข้าและออกจากคาแรกเตอร์ผ่านการเวิร์กช็อป โดยใช้จินตนาการเหมือนการก้าวเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของตัวละคร และเมื่อจบงานก็ “ก้าวออกมา” เพื่อแยกตัวเองออกจากบทบาทอย่างเป็นระบบ ทำให้การแสดงไม่ใช่เพียงการจำบทหรือพูดตามบท แต่เป็นกระบวนการทำความเข้าใจมนุษย์อีกคนหนึ่งอย่างลึกซึ้ง
และบทพิสูจน์ครั้งใหม่กำลังมาถึงใน “มรดกมืด” เมื่อก้าวหน้ารับบทเป็น “ณัฐดนัย” น้องคนสุดท้องของกลุ่มตัวละครที่ต้องเข้าไปพัวพันกับคฤหาสน์แห่งความลับและเกมมรดกที่เต็มไปด้วยปริศนา ความโลภ และเหตุการณ์ความตาย โดยเจ้าตัวเตรียมตัวอย่างละเอียดด้วยการวางสตอรี่ไลน์พัฒนาการของตัวละคร อ่านบทซ้ำหลายรอบ และทำการบ้านเจาะลงไปถึงแต่ละฉากและแต่ละบทสนทนา รวมถึงเข้าร่วมเวิร์กช็อปกับผู้กำกับ “กล้า-ชัชพิสิฐ ทองมาก” และนักแสดงร่วมทีม ก้าวหน้ายอมรับว่าบทนี้มีน้ำหนักและความยากพอสมควร แต่กลับเป็นผลงานที่รู้สึกภูมิใจ เพราะทุ่มเวลาให้กับทุกบทสนทนาและพยายามทำความเข้าใจทุกตัวอักษรอย่างเต็มที่
งานนี้แฟนซีรีส์เตรียมจับตาการเปลี่ยนโหมดของก้าวหน้าใน “มรดกมืด” ที่รวมทีมนักแสดงอย่าง เคน ภูภูมิ พงศ์ภาณุภาค, มิ้นชิ เสฏฐนันท์ ทองสมบุญ, วินนี่ ผิวทอง, เติร์ก ณัฐชนน ภูวนนท์, ต๋อง ธนายุทธ ฐากูรอรรถยา, ก้าวหน้า กิตติภัทร, จุ๊บแจง วิมลพันธ์ และแอมป์ พีรวัส ภายใต้การกำกับของ “กล้า-ชัชพิสิฐ ทองมาก” และการควบคุมการผลิตโดย “อี๊ฟ-พุทธธิดา ศิระฉายา” เรื่องราวจะพาผู้ชมเข้าไปสู่คฤหาสน์ที่เต็มไปด้วยความลับ เมื่อ “มรดก” ที่ควรเป็นสิ่งล้ำค่ากลับกลายเป็นชนวนของความหวาดระแวงและอันตราย ซีรีส์ออกอากาศทุกวันพุธและพฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7HD กด 35 เริ่มตอนแรกวันที่ 7 ตุลาคม 2569 และรับชมย้อนหลังทาง Netflix ได้เช่นกัน




