MUSICบันเทิงต่างประเทศ

Julia Jacklin ขุดลึกถึงหัวใจ! เปิดตัว “The Gem” อัลบั้มชุดที่ 4 จากห้องเล็กเหนือผับ สู่ผลงานที่นักวิจารณ์ยกให้เป็น “อัญมณี”

Julia Jacklin นักร้องและนักแต่งเพลงชาวออสเตรเลีย เปิดตัว “The Gem” สตูดิโออัลบั้มชุดที่ 4 อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 ผ่าน 4AD พร้อมได้รับเสียงตอบรับอย่างโดดเด่นจากสื่อดนตรีนานาชาติที่มองเห็นทั้งความละเอียดอ่อนและความกล้าทางศิลปะในผลงานชุดนี้ อัลบั้มเดินทางมาถึงหลังจากเธอทยอยปล่อยเพลง “The Hardest Thing”, “I Wish”, “Get Away From Me (I Think I’ll Love You Soon)” และ “If I Had the Hand of God” โดยเฉพาะเพลงหลังสุดที่หยิบประสบการณ์จากการเดินทางไป Nashville มาตั้งคำถามถึงชีวิตของศิลปินที่ต้องออกทัวร์อย่างต่อเนื่อง และความหมายของการมีตัวตนอยู่บนเส้นทางดนตรี

“The Gem” ยังถือเป็นหมุดหมายสำคัญ เพราะเป็นผลงานแรกของ Jacklin ภายใต้ 4AD และเป็นอัลบั้มที่พาเธอกลับมาสร้างงานใน Melbourne เมืองที่มีความหมายต่อเส้นทางชีวิตของเธออย่างมาก ชื่ออัลบั้มมาจาก The Gem ผับในย่าน Collingwood ซึ่ง Jacklin ผูกพันมาตั้งแต่ปี 2017 หลังย้ายจาก Sydney มา Melbourne สถานที่แห่งนี้เคยเป็นพื้นที่ที่เธอใช้พบปะผู้คน เล่นดนตรี และค่อย ๆ ก้าวออกจาก comfort zone ในช่วงเริ่มต้นชีวิตบทใหม่ ก่อนที่เวลาจะผ่านไปหลายปี และสถานที่แห่งเดิมจะกลับกลายมาเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างอัลบั้มชุดนี้

ความน่าสนใจอยู่ที่วิธีการทำงานของ Jacklin ซึ่งครั้งนี้แตกต่างจากกระบวนการเดิมอย่างชัดเจน เธอร่วมงานกับ Robert Muinos เจ้าของ Rat Shack Studios ซึ่งสตูดิโอตั้งอยู่ชั้นบนของ The Gem และทำงานร่วมกับเพื่อนนักดนตรีอย่าง Jacob Diamond, Mimi Gilbert และ Jess Elwood เพื่อบันทึกเสียงในพื้นที่เล็ก ๆ เหนือผับ ท่ามกลางเสียงชีวิตประจำวันที่ยังดำเนินไปด้านล่าง ทั้งเสียงวงดนตรี เสียงจากร้านทำผม ร้านสัก และทีมครัว ก่อนเริ่มบันทึกจริง Jacklin และวงยังเคยนำเพลงใหม่ไปเล่นแบบไม่ประกาศล่วงหน้าที่ The Gem ถึงสองครั้ง เพื่อสัมผัสว่าเพลงเหล่านี้ทำงานอย่างไรเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ฟังจริง ๆ

เดิมที Jacklin วางแผนจะทำอัลบั้มให้เสร็จอย่างรวดเร็วเหมือนกระบวนการทำงานในอดีต แต่สุดท้าย “The Gem” กลับกลายเป็นการเดินทางที่ยาวนานกว่าที่คิด โดยใช้เวลาหลายเดือนในการรื้อ ปรับ และค้นหาเสียงที่รู้สึกว่าเป็นตัวเองจริง ๆ กระบวนการดังกล่าวสอดคล้องกับความหมายของชื่ออัลบั้มอย่างน่าประหลาด เพราะเธอมองการทำเพลงครั้งนี้เหมือนการขุดค้นอะไรบางอย่างในความมืด ไม่รู้ว่าปลายทางจะเจออะไร แต่ต้องเชื่อว่าหากขุดลึกพอ สิ่งที่ตามหาจะปรากฏออกมา ในมุมของดนตรี “The Gem” ยังคงมีแกนเป็นอินดี้ร็อกและป๊อปร็อก แต่เปิดพื้นที่ให้ซาวด์ที่อบอุ่น การเล่นแบบหลวมเป็นธรรมชาติ และรายละเอียดของเครื่องดนตรีทำงานร่วมกันมากขึ้น

และเมื่ออัลบั้มเสร็จสมบูรณ์ Jacklin กับสมาชิกวงก็ทำให้ช่วงเวลานี้กลายเป็นความทรงจำที่จับต้องได้ ด้วยการสักรอยวงกลมเล็ก ๆ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโอปอล อัญมณีที่เธอชื่นชอบ โดยมีบาร์เทนเดอร์ของ The Gem เป็นผู้ลงมือสักให้ ก่อนที่เพลงจากห้องเล็ก ๆ เหนือผับแห่งนี้จะออกเดินทางไปไกลกว่าที่ของมันถือกำเนิด “The Gem” กำลังถูกพาออกสู่เวทีในอเมริกาเหนือ สหราชอาณาจักร และยุโรป ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2026 ต่อเนื่องเข้าสู่ปี 2027 ขณะที่เสียงตอบรับจากนักวิจารณ์ก็สะท้อนความแข็งแรงของอัลบั้ม ทั้ง The Guardian ที่ให้ 4 ดาวและชื่นชมการเล่าเรื่องระหว่างความหวังกับความสิ้นหวัง รวมถึง Pitchfork ที่มองว่า Jacklin กำลังยอมเปิดรับการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นกว่าเดิม

Related Articles

Back to top button