บิ๊ก 4 K-POP ผนึกกำลังเขย่าวงการ! HYBE–SM–JYP–YG เดินหน้าตั้งบริษัทร่วมทุน ปั้นเฟสติวัลโลก “Phenomenon” ท้าชน Coachella

สมรภูมิคอนเสิร์ต K-POP กำลังจะมีเกมใหญ่เกิดขึ้น เมื่อมีรายงานล่าสุดว่า 4 ค่ายยักษ์ของเกาหลีใต้ ได้แก่ HYBE, SM Entertainment, JYP Entertainment และ YG Entertainment กำลังเดินหน้าจัดตั้ง บริษัทร่วมทุน เพื่อรองรับโปรเจกต์เทศกาลดนตรีระดับโลกภายใต้แนวคิด “Phenomenon” หรือในอีกชื่อที่ถูกพูดถึงว่า “Fanomenon” ซึ่งถูกวางไว้ให้เป็นอีเวนต์ที่ตั้งเป้าท้าชนเฟสติวัลระดับโลกอย่าง Coachella แบบไม่อ้อมค้อม
รายงานจากสื่อเกาหลีระบุว่า ทั้ง 4 บริษัทได้ยื่นแจ้งการทำธุรกรรมรวมกิจการต่อ คณะกรรมการการค้ายุติธรรมเกาหลี (FTC) แล้ว เนื่องจากโครงสร้างของบริษัทที่เกี่ยวข้องบางแห่งอยู่ในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ทำให้แผนตั้งบริษัทร่วมทุนต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าเสียก่อน
แกนสำคัญของโปรเจกต์นี้คือ พัคจินยอง (J.Y. Park) ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานร่วมของ คณะกรรมการความร่วมมือด้านวัฒนธรรมป๊อป ของรัฐบาลเกาหลี เขาเคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่าต้องการสร้างเมกะอีเวนต์ที่พัฒนาเป็นเทศกาล K-POP ระดับโลก โดยชื่อ “Phenomenon” ถูกอธิบายว่าเป็นการผสมคำว่า fan กับ phenomenon สื่อถึง “ปรากฏการณ์ที่เกิดจากพลังของแฟนคลับ” นั่นเอง.
แผนที่ถูกเปิดเผยในรายงานระบุว่า เฟสติวัลนี้จะเริ่มจัดในเกาหลีเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ ธันวาคม 2027 ก่อนจะยกระดับเป็นงานทัวร์ระดับโลกใน พฤษภาคม 2028 และขยายไปยังเมืองใหญ่ในหลายประเทศ ซึ่งถ้าทำได้จริง นี่จะไม่ใช่แค่คอนเสิร์ตใหญ่ แต่คือการสร้าง แพลตฟอร์มอุตสาหกรรมบันเทิง ที่มีศักยภาพต่อยอดทั้งศิลปิน แฟนด้อม และเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไปพร้อมกัน
ที่น่าสนใจคือ โครงสร้างของบริษัทร่วมทุนและการจัดการภายใน เช่น ตำแหน่งซีอีโอหรือบอร์ดบริหาร ยัง ไม่ได้ข้อสรุปสุดท้าย ตามรายงานที่เผยแพร่ออกมา ทำให้ตอนนี้เกมของบิ๊ก 4 ยังอยู่ในขั้นวางรากฐาน แต่เพียงแค่ข่าวการจับมือกันของสี่ค่ายก็แรงพอจะทำให้ทั้งวงการจับตามองแล้วว่า K-POP กำลังจะมี “สนามใหม่” ที่ใหญ่กว่าการทัวร์คอนเสิร์ตแบบเดิม ๆ
ถ้ามองในภาพใหญ่ โปรเจกต์นี้สะท้อนชัดว่าค่ายเพลงเกาหลีไม่ได้มอง K-POP เป็นแค่คอนเทนต์การแสดง แต่กำลังผลักให้กลายเป็น สิทธิ์ในทรัพย์สินทางวัฒนธรรมระดับชาติ ที่ขายประสบการณ์ได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และถ้าทุกอย่างเดินหน้าได้ตามแผน “Phenomenon” อาจกลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของวงการคอนเสิร์ตเอเชียในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า




