MUSICบันเทิงต่างประเทศ

จากมนุษย์เงินเดือนสู่ “เมเจอร์เดบิวต์” ของจริง! First Love is Never Returned ส่ง “W.O.R.K.S.” อัลบั้มแรกที่เอาชีวิตออฟฟิศมาเขียนเป็นเพลง

ถ้าความเหนื่อยจากงานประจำเคยทำให้ใครอยากส่งข้อความว่า “ขอลาออกนะครับ” แล้วหายตัวไปเลย เพลงใหม่ของ First Love is Never Returned หรือ FLiNR อาจกลายเป็นเพลงที่เข้าใจชีวิตมนุษย์เงินเดือนมากที่สุดเพลงหนึ่งในช่วงเวลานี้ เพราะวงดนตรี 5 ชิ้นจากซัปโปโร ซึ่งสมาชิกทุกคนยังใช้ชีวิตทำงานประจำควบคู่กับการทำเพลง ได้เปิดตัวอัลบั้มเต็มชุดแรก “W.O.R.K.S.” เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 พร้อมประกาศสถานะ “เมเจอร์เดบิวต์” ในความหมายที่พวกเขาเลือกด้วยตัวเอง หลังจากเดินทางบนเส้นทางดนตรีมาเป็นเวลาหลายปี โดยอัลบั้มชุดนี้มีทั้งหมด 12 เพลง และถือเป็นผลงานที่วางจำหน่ายในรูปแบบซีดีผ่านช่องทางทั่วประเทศเป็นครั้งแรกของวงอย่างเป็นทางการ

ชื่อ “W.O.R.K.S.” เองก็มีเรื่องราวซ่อนอยู่มากกว่าคำว่า “ผลงาน” เพราะแต่ละตัวอักษรถูกออกแบบให้ตีความได้หลากหลาย ทั้ง work, weekend, weekday, office, ordinary, only, open, real, rock, rhythm & blues, keep, kicks, key, kindness รวมถึง story, songs, soul และ sound กลายเป็นชื่อที่สะท้อนโลกของสมาชิกทั้ง 5 คนได้อย่างตรงไปตรงมา เพราะชีวิตของพวกเขาไม่ได้มีเพียงสตูดิโอหรือเวทีคอนเสิร์ต แต่ยังมีโต๊ะทำงาน วันธรรมดา วันหยุด ความรับผิดชอบ และเรื่องราวในชีวิตจริงที่ถูกนำมาหลอมรวมเข้ากับดนตรี อัลบั้มจึงประกอบด้วยทั้งเพลงที่เคยปล่อยมาก่อนและเพลงใหม่ โดยมี 6 เพลงใหม่จากทั้งหมด 12 เพลง ทำให้ “W.O.R.K.S.” ทำหน้าที่เสมือนภาพรวมของตัวตนทางดนตรีที่วงสะสมมาตลอดเส้นทางที่ผ่านมา

หนึ่งในเพลงที่โดดเด่นที่สุดคือ “退職代行 Taisyoku Daikou” หรือเพลงที่พูดถึงบริการรับดำเนินการลาออกแทน ซึ่งกลายเป็นหัวข้อที่ทั้งร่วมสมัยและเสียดสีชีวิตการทำงานได้อย่างเจ็บแสบ เพลงนี้เขียนโดย “Kazuki Ishida” นักร้องนำของวง และหยิบสถานการณ์ที่พนักงานสามารถจ่ายเงินให้บุคคลที่สามเป็นคนติดต่อบริษัทเพื่อแจ้งลาออกแทน มาตีความผ่านดนตรีแบบ Funk ที่ค่อย ๆ เพิ่มความตึงเครียดไปตามเรื่องราว ความน่าสนใจอยู่ที่การเปลี่ยนคาแรกเตอร์ของเพลงระหว่างท่อนคอรัสแรกกับคอรัสที่สอง พร้อมใช้สมาชิกที่ทำหน้าที่ร้องถึง 3 คนถ่ายทอดมุมมองที่แตกต่างกัน ทั้งฝั่งพนักงานและเจ้านาย จนกลายเป็นเพลงที่ทั้งขำ ทั้งจริง และสะท้อนความกดดันในโลกการทำงานได้อย่างตรงจุด ขณะเดียวกันมิวสิกวิดีโอยังถูกสร้างในรูปแบบหนังสั้น กำกับโดย Honoka Saito และร่วมแสดงโดย Tosa Brothers, Lucifer Yoshioka และ YouTuber Tamura Kae เพิ่มความวุ่นวายให้เรื่องราวของ “การลาออก” เข้าไปอีกระดับ

แต่สิ่งที่ทำให้อัลบั้มนี้แตกต่างอย่างชัดเจนคือ สมาชิกทั้ง 5 คนมีเพลงที่เขียนด้วยตัวเอง ไม่ได้มีเพียง Kazuki Ishida เป็นผู้ขับเคลื่อนด้านการแต่งเพลงเพียงคนเดียว โดย Keita Kotakemori, Arata Yamamoto, Mizuki Tsunemoto และ Yuji Sato ต่างมีผลงานที่รับหน้าที่เป็นผู้แต่งเพลงหลักของตัวเองด้วย อาทิ “TPTTC” เพลงภาษาอังกฤษทั้งเพลงครั้งแรกของวงที่หยิบกลิ่นอายป๊อปพังก์ยุค 2000 มาผสมกับ US Pop ยุคใหม่และเสียงประสานแบบบอยแบนด์, “Atrium” ของ Yamamoto ที่สะท้อนอิทธิพลจาก Michael Jackson ผ่านกรูฟแบบ Loop-driven, “期末評価会議 Kimatsu Hyouka Kaigi” ของ Kotakemori ที่ตั้งใจเล่าอีกด้านของบทสนทนาจาก “退職代行” และยกระดับความหนักของซาวด์ในแบบที่วงไม่เคยบันทึกมาก่อน รวมถึง “Twilight” และ “ミッドナイトブルー Midnight Blue” ที่เติมกลิ่นอาย US Pop ยุค 80 และ Fusion-inflected AOR เข้าไป ทำให้อัลบั้มนี้เป็นเหมือนการรวมเสียงของคน 5 คนไว้ในแผ่นเดียวกันอย่างแท้จริง

นอกจากเพลงแล้ว “W.O.R.K.S.” ยังถูกขยายให้เป็นโปรเจกต์ที่บอกเล่าเรื่องราวของวงอย่างเต็มรูปแบบ โดยเวอร์ชัน CD+Blu-ray บรรจุภาพการแสดงจากคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของวงที่ Shibuya Club Quattro เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นโชว์ที่บัตรขายหมดและเป็นเวทีที่พวกเขาประกาศการมาถึงของอัลบั้มชุดนี้อย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังมีสารคดี “#FLiNR FROM HOME -Sapporo Footsteps-” ที่พาผู้ชมย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของวงในซัปโปโร พร้อมบทสัมภาษณ์สมาชิกทั้ง 5 คน ทำให้แพ็กเกจนี้ไม่ได้มีแค่เพลง แต่ยังทำหน้าที่เป็นบันทึกการเดินทางของวงจากบ้านเกิดสู่เวทีระดับประเทศอีกด้วย

หลังเปิดบทใหม่ด้วย “W.O.R.K.S.” First Love is Never Returned ก็เตรียมพาอัลบั้มชุดนี้ออกเดินทางผ่าน #FLiNR ONE-MAN TOUR 26-27 “W.O.R.K.S.” ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2569 ถึงมกราคม 2570 รวม 6 รอบใน 5 เมือง ได้แก่ ซัปโปโร ฟุกุโอกะ นาโกย่า โอซาก้า และโตเกียว โดยเป็นครั้งแรกที่วงจะมีคอนเสิร์ตเดี่ยวในฟุกุโอกะและนาโกย่า ขณะที่โตเกียวจะขึ้นเวที Zepp Shinjuku และโอซาก้าที่ BIGCAT ซึ่งเป็นความท้าทายด้านขนาดสถานที่ที่ใหญ่ที่สุดของวง ส่วนซัปโปโรจะมี 2 รอบ ทั้งโชว์เปิดทัวร์ที่ VyPass. ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผูกพันกับวงมาตั้งแต่บ้านเกิด และรอบปิดทัวร์ที่ PENNY LANE 24 ในวันที่ 30 มกราคม 2570 เรื่องราวของวงที่เคยบอกว่าไม่ได้วิ่งตามคำว่า “เมเจอร์เดบิวต์” จึงมาถึงวันที่พวกเขาเลือกประกาศด้วยตัวเองว่า นี่แหละคือการเดบิวต์ครั้งสำคัญในแบบฉบับของ First Love is Never Returned ทำงานประจำก็จริง แต่ความฝันเรื่องดนตรีไม่เคยเลิกงานตามไปด้วย

Related Articles

Back to top button