เกาหลีเปิดศึกใหม่! “AI ช่วยทำเพลง” มีสิทธิ์รับค่าลิขสิทธิ์ จุดชนวนคำถามใหญ่ ใครควรเป็นคนกำหนดกติกา?

วงการเพลงเกาหลีใต้กำลังร้อนแรงด้วยประเด็นที่อาจกลายเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรม เมื่อ Korea Music Copyright Association หรือ KOMCA ประกาศแนวทางใหม่สำหรับการรับจดทะเบียนผลงานเพลงที่มีการใช้ AI เข้ามาช่วยในกระบวนการสร้างสรรค์ โดยเปิดทางให้ผลงานที่มี “การสร้างสรรค์โดยมนุษย์อย่างมีนัยสำคัญ” สามารถเข้าสู่ระบบจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ได้ ขณะที่เพลงที่สร้างขึ้นโดย AI ทั้งหมดโดยปราศจากการมีส่วนร่วมเชิงสร้างสรรค์ของมนุษย์ยังไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว ความเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นการพยายามปรับระบบลิขสิทธิ์ให้ทันกับโลกการผลิตเพลงยุคใหม่ที่ AI กำลังเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ workflow อย่างรวดเร็ว
แต่เรื่องไม่ได้จบแค่ “AI ทำเพลงได้หรือไม่ได้” เพราะการประกาศแนวทางดังกล่าวกลับจุดชนวนคำถามทางนโยบายทันที หลังมีการยกเลิกสัมมนาที่วางแผนจัดขึ้นในรัฐสภาเกาหลีใต้เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้สร้างสรรค์และระบบค่าตอบแทนที่เป็นธรรมในยุค Generative AI โดยประเด็นสำคัญคือ ใครควรเป็นผู้กำหนดเส้นแบ่งระหว่างงานที่มนุษย์สร้างกับงานที่ AI สร้าง และองค์กรจัดเก็บลิขสิทธิ์ควรเดินหน้าออกมาตรฐานเองก่อนที่กฎหมายจะมีคำตอบชัดเจนหรือไม่ งานนี้จึงไม่ใช่แค่ดราม่าเรื่องเทคโนโลยี แต่กำลังกลายเป็นศึกเชิงนโยบายระหว่าง “ความเร็วของอุตสาหกรรม” กับ “กระบวนการสร้างฉันทามติของสังคม”
ฝั่ง KOMCA ยืนยันว่าการรับจดทะเบียน ไม่ได้หมายความว่าองค์กรกำลังสร้างหรือรับรอง “ลิขสิทธิ์ใหม่” ให้กับเพลง AI แต่เป็นการวางระบบให้ผู้สร้างต้องเปิดเผยข้อมูลว่า AI ถูกนำมาใช้ตรงส่วนใด ใช้เครื่องมืออะไร และมนุษย์มีส่วนร่วมในระดับไหน โดยผู้สมัครยังต้องยืนยันว่าตนเองมีส่วนสร้างสรรค์ผลงานอย่างมีนัยสำคัญ แนวทางนี้ยังทำหน้าที่เป็น “ร่องรอยข้อมูล” สำหรับอนาคต เพราะเมื่อ AI กลายเป็นเครื่องมือปกติของนักแต่งเพลง การรู้ว่าเพลงหนึ่งเพลงผ่านกระบวนการสร้างอย่างไร อาจมีความสำคัญไม่แพ้ตัวเพลงเอง

ประเด็นนี้ยิ่งน่าสนใจเมื่อมองไปยังต่างประเทศ เพราะเกาหลีใต้ไม่ได้กำลังเดินอยู่บนถนนเส้นเดียวกับตัวเอง ในเดือนตุลาคม 2025 สามองค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลงรายใหญ่ของอเมริกาเหนือ ได้แก่ ASCAP, BMI และ SOCAN ประกาศแนวทางที่สอดคล้องกัน โดยเปิดรับการจดทะเบียนเพลงที่ผสมผสานองค์ประกอบจาก AI เข้ากับการสร้างสรรค์ของมนุษย์ ขณะที่ผลงานที่สร้างโดย AI ทั้งหมดโดยไม่มีองค์ประกอบของมนุษย์ยังไม่สามารถจดทะเบียนได้ แนวทางดังกล่าวสะท้อนความจริงของอุตสาหกรรมว่า AI กำลังถูกนำมาใช้ตั้งแต่การทดลองไอเดีย การเรียบเรียง ไปจนถึงกระบวนการผลิตเพลงมากขึ้นเรื่อย ๆ
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ “แซ่บ” คือคำว่า “มนุษย์มีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญ” ยังเป็นพื้นที่สีเทาขนาดใหญ่ เพราะการใช้ AI มีตั้งแต่การช่วยคิดไอเดียเล็ก ๆ ไปจนถึงการให้ระบบสร้างเมโลดี้ เนื้อร้อง เสียงร้อง หรือองค์ประกอบหลักของเพลงทั้งหมด แล้วมนุษย์ค่อยนำมาตัดต่อใหม่ คำถามจึงตามมาเป็นพรวนว่า แค่เขียน Prompt ถือเป็นการสร้างสรรค์หรือไม่? การแก้เนื้อเพลงเพียงบางส่วนเพียงพอหรือเปล่า? แล้วถ้า AI สร้างทำนองมา 90% แต่นักแต่งเพลงแก้ 10% งานนั้นควรถูกนับเป็นผลงานของใคร? ที่สำคัญกว่านั้นคือ ใครจะเป็นคนตรวจสอบคำกล่าวอ้างของผู้สมัครว่าใช้ AI ในระดับไหน ซึ่งเป็นโจทย์ที่วงการเพลงทั่วโลกยังไม่มีคำตอบตายตัว
สำหรับเกาหลีใต้ ประเด็นนี้ยิ่งสำคัญเพราะอุตสาหกรรม K-POP ไม่ได้มีเพียงศิลปินหน้าไมค์ แต่ยังมีระบบนักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ นักเรียบเรียง สำนักพิมพ์เพลง และองค์กรจัดเก็บลิขสิทธิ์จำนวนมหาศาล การนำ AI เข้าสู่ระบบจึงอาจเปลี่ยนตั้งแต่เครดิตเพลง ไปจนถึงการแบ่งรายได้ในอนาคต ขณะเดียวกัน KOMCA ก็มีบทบาทอยู่ในเวทีระหว่างประเทศและเคยร่วมพูดคุยเรื่องนโยบายลิขสิทธิ์ AI กับ CISAC ซึ่งสะท้อนว่าประเด็นนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เกาหลี แต่กำลังเป็นโจทย์ร่วมของอุตสาหกรรมดนตรีโลก

สำหรับเกาหลีใต้ ประเด็นนี้ยิ่งสำคัญเพราะอุตสาหกรรม K-POP ไม่ได้มีเพียงศิลปินหน้าไมค์ แต่ยังมีระบบนักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ นักเรียบเรียง สำนักพิมพ์เพลง และองค์กรจัดเก็บลิขสิทธิ์จำนวนมหาศาล การนำ AI เข้าสู่ระบบจึงอาจเปลี่ยนตั้งแต่เครดิตเพลง ไปจนถึงการแบ่งรายได้ในอนาคต ขณะเดียวกัน KOMCA ก็มีบทบาทอยู่ในเวทีระหว่างประเทศและเคยร่วมพูดคุยเรื่องนโยบายลิขสิทธิ์ AI กับ CISAC ซึ่งสะท้อนว่าประเด็นนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เกาหลี แต่กำลังเป็นโจทย์ร่วมของอุตสาหกรรมดนตรีโลก
ท้ายที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นในเกาหลีใต้จึงอาจไม่ใช่คำถามว่า “AI จะมาแทนศิลปินหรือไม่?” อีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนเป็นคำถามที่ซับซ้อนกว่าเดิมว่า “เมื่อมนุษย์กับ AI สร้างเพลงร่วมกัน ใครควรได้รับเครดิต และใครควรได้รับเงิน?” การเปิดทางให้เพลง AI-assisted เข้าสู่ระบบอาจเป็นวิธีทำให้อุตสาหกรรมเดินหน้าตามเทคโนโลยี แต่ขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องมีมาตรฐานเรื่องการเปิดเผยข้อมูล การพิสูจน์การมีส่วนร่วมของมนุษย์ และการคุ้มครองผลงานต้นฉบับให้ชัดเจน เพราะยุคต่อไปของวงการเพลงอาจไม่ได้แบ่งแค่ “เพลงที่มนุษย์ทำ” กับ “เพลงที่ AI ทำ” อีกแล้ว แต่จะเต็มไปด้วยเพลงที่ มนุษย์กับ AI ทำร่วมกัน และกติกาที่กำหนดว่าใครคือเจ้าของผลงานนั้น อาจกลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิใหญ่ที่สุดของ Music Business ยุคใหม่




