beabadoobee เปิดบทใหม่สุดดุดัน! ประกาศอัลบั้มที่ 4 “Pylon” พร้อมปล่อยซิงเกิล “Sun Has Set” นับถอยหลังสู่ทัวร์อารีนาครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต

อีกหนึ่งศิลปินที่แฟนเพลงอินดี้ทั่วโลกจับตาในปี 2026 คือ beabadoobee หลังประกาศข่าวใหญ่เตรียมปล่อยสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 4 “Pylon” ในวันที่ 18 กันยายน 2026 ภายใต้สังกัด Dirty Hit และ Interscope Records พร้อมส่งซิงเกิลแรก “Sun Has Set” ออกมาให้แฟน ๆ ได้สัมผัสทิศทางดนตรีบทใหม่ที่เข้มข้น ดิบ และตรงไปตรงมามากกว่าที่เคย ขณะเดียวกันยังประกาศ The Powerlines Tour ซึ่งถือเป็นทัวร์คอนเสิร์ตระดับอารีนาครั้งแรกในเส้นทางอาชีพของเธออีกด้วย
อัลบั้ม “Pylon” นับเป็นผลงานต่อจาก “This Is How Tomorrow Moves” ที่เคยสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ตอัลบั้มของสหราชอาณาจักร และทำให้ชื่อของ beabadoobee ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในศิลปินหญิงที่น่าจับตามองที่สุดของวงการอินดี้ร็อกยุคใหม่
สำหรับชื่ออัลบั้ม “Pylon” หรือเสาไฟฟ้าแรงสูง ไม่ได้ถูกเลือกมาเพียงเพราะภาพลักษณ์ที่โดดเด่น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อมโยงระหว่างผู้คน ในช่วงเวลาที่ Beatrice Laus หรือชื่อจริงของ beabadoobee ต้องใช้ชีวิตบนท้องถนนและเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตเป็นเวลานาน จนเกิดความรู้สึกโดดเดี่ยวและโหยหาความอบอุ่นจากครอบครัวและเพื่อนสนิท

นอกจากนี้ “Pylon” ยังสะท้อนแนวดนตรีบทใหม่ของเธอที่เต็มไปด้วยเสียงแตกพร่า กีตาร์ดิบ และพลังอารมณ์ที่เปรียบเสมือนเสียงกระแสไฟฟ้าใต้เสาแรงสูง ถ่ายทอดความสับสน ความวิตกกังวล และคำถามของคนวัยยี่สิบกลาง ๆ ที่กำลังค้นหาความหมายของชีวิต ผ่านทั้งหมด 14 บทเพลงในอัลบั้มนี้
การเปิดตัวอัลบั้มมาพร้อมซิงเกิลแรก “Sun Has Set” ซึ่งถือเป็นการเผยด้านที่เปราะบางที่สุดของศิลปินคนนี้ โดย beabadoobee อธิบายว่า หลายเพลงในอัลบั้มเริ่มต้นจากบันทึกส่วนตัว เป็นประโยคที่เธอไม่เคยมีโอกาสพูดกับใครจริง ๆ และเพลงนี้ก็เปรียบเหมือนการระบายความรู้สึกที่อัดอั้นมานาน ผ่านเนื้อหาที่เต็มไปด้วยความโกรธ ความผิดหวัง และการเผชิญหน้ากับอารมณ์ของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ขณะที่มิวสิกวิดีโอยังถูกถ่ายทอดผ่านมุมมองบุคคลที่หนึ่ง โดยฝีมือของ Jake Erland ผู้เป็นทั้งคู่ชีวิตและผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานภาพกับเธอมาอย่างยาวนาน
ในแง่ของซาวด์ดนตรี “Pylon” ถือเป็นการย้อนกลับไปยังรากเหง้าที่ beabadoobee หลงใหลมาตลอด ทั้งกลิ่นอาย Classic Grunge, Midwest Emo และ ’90s Radio Rock ซึ่งถูกนำมาผสมผสานกับสไตล์การแต่งเพลงของเธอ จนเกิดเป็นงานที่ทั้งหนักแน่น ดิบ และมีความจริงใจมากกว่าทุกอัลบั้มที่ผ่านมา

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือรายชื่อแขกรับเชิญที่เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนเพลงทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Hayley Williams ที่ร่วมร้องในเพลง “Nothing to Prove”, Brendan Yates ในเพลง “Powerlines”, Chino Moreno, Evan Stephens Hall และ Shane Moran ขณะที่เพลง “Write Me A Letter” ยังได้สองสมาชิกจาก The 1975 อย่าง Matty Healy และ George Daniel มาร่วมโปรดิวซ์อีกด้วย
นอกจากอัลบั้มใหม่แล้ว beabadoobee ยังประกาศเดินหน้าทัวร์ The Powerlines Tour ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่สุดของอาชีพ ด้วยการขึ้นแสดงในเวทีอารีนาชั้นนำของโลก เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ครอบคลุมอเมริกาเหนือ สหราชอาณาจักร และยุโรป โดยมีหมุดหมายสำคัญทั้ง Madison Square Garden, The Kia Forum และ The O2 ซึ่งสะท้อนการเติบโตของเธอจากศิลปินอินดี้สู่การเป็นศิลปินที่สามารถขายโชว์ในเวทีระดับอารีนาได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ในช่วงการแสดงที่อเมริกาเหนือและสหราชอาณาจักร จะได้ Wisp มารับหน้าที่ศิลปินเปิด ส่วนการแสดงในฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม และเยอรมนี จะได้ Violet Grohl มาร่วมสร้างบรรยากาศก่อนโชว์หลัก
จากศิลปินสาวที่เริ่มต้นจากเพลงอะคูสติกเรียบง่ายในห้องนอน วันนี้ beabadoobee กำลังพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า เธอพร้อมก้าวสู่บทใหม่ในฐานะศิลปินร็อกแห่งยุค ด้วยอัลบั้ม “Pylon” ที่อัดแน่นไปด้วยความกล้าทดลอง เสียงดนตรีที่หนักแน่นกว่าเดิม และการทัวร์ระดับอารีนาที่จะพาเธอขึ้นเวทีเดียวกับศิลปินแถวหน้าของโลกอย่างเต็มตัว




