Malcolm Todd ส่งอัลบั้ม “Do That Again” ขยี้ใจสายมูฟออนเป็นวงกลม เจ็บมาแค่ไหนก็ยังกลับไปวนที่เดิม

Malcolm Todd ศิลปินป๊อปคลื่นลูกใหม่ที่กำลังมาแรงสุด ๆ ในหมู่ผู้ฟังเจเนอเรชัน Z ปล่อยอัลบั้มล่าสุด “Do That Again” ออกมาให้แฟนเพลงได้อินกันแล้ววันนี้ ภายใต้สังกัด Columbia Records งานชุดนี้ไม่ใช่แค่การคัมแบ็กธรรมดา แต่เป็นการตอกย้ำชัด ๆ ว่า Malcolm Todd กำลังขยับจาก “ศิลปินน่าจับตา” ไปสู่ “ศิลปินตัวจริงที่วงการต้องหันมามอง” แบบเต็มตัว
ตั้งแต่วันแรกที่อัลบั้มถูกปล่อยออกมา เสียงตอบรับก็ดีจนสื่อสายเพลงระดับแถวหน้าหลายสำนักเริ่มพูดถึงกันแบบพร้อมเพรียง โดยเฉพาะ Rolling Stone ที่ให้คะแนนถึง 4 ดาว พร้อมชื่นชมว่า Malcolm เป็นศิลปินดาวรุ่งที่มีน้ำเสียงโดดเด่น และมีความสามารถในการเขียนเพลงป๊อปที่เข้าถึงความรู้สึกคนฟังได้แบบไม่ต้องพยายามเยอะ แต่แทงตรงหัวใจแบบจัง ๆ
จุดเด่นของ “Do That Again” คือการพา Malcolm Todd ขยับขึ้นอีกขั้นในฐานะศิลปินป๊อปเต็มรูปแบบ เขาไม่ได้หยุดอยู่แค่การทำเพลงที่ฟังง่ายหรือมีท่อนฮุกติดหู แต่เลือกผสมความคลาสสิกของป๊อปเข้ากับกลิ่นอาย R&B สมัยใหม่ อย่างแนบเนียน ทำให้ทั้งอัลบั้มมีเสน่ห์ที่ทั้งคุ้นและสดใหม่ในเวลาเดียวกัน เพลงแต่ละแทร็กถูกออกแบบด้วยสัญชาตญาณทางดนตรีที่คมกริบ แถมยังแฝงอารมณ์ขันและลูกเล่นที่เป็นลายเซ็นของเขาไว้อย่างชัดเจน

ถ้าใครฟังเพลงของ Malcolm Todd มาจะรู้ดีว่าเขาเก่งเรื่องเล่าความสัมพันธ์แบบไม่อ้อมค้อม และอัลบั้มชุดนี้ก็ยังคงยืนอยู่บนแกนเดิมนั้น แต่ขยับอารมณ์ให้โตขึ้นกว่าเดิมมาก มันคือเสียงของคนที่เคยเจ็บ เคยกลับไปซ้ำที่เดิม เคยพังเพราะความสัมพันธ์ และยังยอมเดินกลับไปเหมือนเดิมอยู่ดี งานนี้เหมือนบทสรุปของคนที่รู้ตัวว่าตัวเองกำลัง “มูฟออนเป็นวงกลม” แต่ก็ยังเลือกจะเล่าเรื่องนั้นให้กลายเป็นเพลงที่คนฟังร้องตามได้ด้วย
ก่อนอัลบั้มจะปล่อยเพียงหนึ่งวัน Malcolm Todd ยังไปสร้างโมเมนต์สำคัญบนรายการ The Tonight Show Starring Jimmy Fallon โดยนำเพลง “I Saw Your Face” มาแสดงสด พร้อมต่อด้วยซิงเกิลฮิต “Earrings” ที่เคยไต่ขึ้นถึงอันดับ 26 บน Billboard Hot 100 เรียกได้ว่าเป็นการเปิดอุ่นเครื่องที่ช่วยขยายแรงส่งของอัลบั้มใหม่ได้อย่างสวยงาม
ความสำเร็จของ Malcolm Todd ยังน่าสนใจตรงที่มันไม่ได้เกิดขึ้นจากระบบอุตสาหกรรมแบบเดิมล้วน ๆ แต่โตขึ้นมาพร้อมกับผู้ฟังแบบค่อยเป็นค่อยไป จากศิลปินที่เมื่อ 3 ปีก่อนยังไม่เคยขึ้นคอนเสิร์ตเลยแม้แต่ครั้งเดียว วันนี้เขากลับกลายเป็นชื่อที่ขายบัตรรวมได้มากกว่า 100,000 ใบ ในทัวร์เดียว ครอบคลุมถึง 3 ทวีป และล่าสุดยังขายบัตรโชว์ที่ The Fonda Theatre หมดในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีอีกด้วย

เส้นทางของ Malcolm เริ่มชัดขึ้นจากเพลง “Sweet Boy” ที่ปล่อยในปี 2024 ก่อนที่ชื่อของเขาจะขยายวงกว้างอย่างรวดเร็วจากเพลงอย่าง “Earrings”, “Sweet Boy” และ “Roommates” ซึ่งต่างกลับเข้าชาร์ต Spotify Top 100 อีกครั้งจากการบอกต่อของแฟนเพลง จนกระทั่งอัลบั้มเต็มชุดแรกที่ใช้ชื่อเดียวกับตัวเอง “Malcolm Todd” ทำยอดสตรีมทั่วโลกสะสมไปมากกว่า 859 ล้านครั้ง
ในชุดนั้น เพลง “Chest Pain (I Love)” กลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ เพราะไม่เพียงได้รับสถานะแพลทินัมจาก RIAA แต่ยังเป็นเพลงแรกของเขาที่เข้า Billboard Hot 100 อีกด้วย และตอนนี้ยอดสตรีมทั่วโลกของเพลงดังกล่าวก็พุ่งเกิน 433 ล้านครั้ง ไปแล้ว ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือท่อนหนึ่งของเพลงยังถูกแรปเปอร์ดัง Don Toliver นำไปใช้เป็น sample ในเพลง “E85” ซึ่งพุ่งไปถึงอันดับ 15 บน Billboard Hot 100 และขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต Hot Rap Songs อีกด้วย
ปี 2025 ยังเป็นอีกจุดที่ทำให้ชื่อของ Malcolm Todd ร้อนแรงหนักขึ้น เมื่อทัวร์ “Wholesome Rockstar Tour” ของเขาขายบัตรหมดทุกโชว์ และพาเขาไปพบแฟนเพลงทั่ว 3 ทวีป ตอกย้ำให้เห็นชัดว่าศิลปินคนนี้ไม่ได้ดังแค่บนโลกออนไลน์ แต่กำลังกลายเป็นแรงดึงดูดบนเวทีจริงแบบเต็มตัว

แรงส่งดังกล่าวยังทำให้เขาได้ขึ้นแสดงบนเวทีเฟสติวัลระดับโลกอย่าง Camp Flog Gnaw, Pitchfork Paris, Lollapalooza และ Austin City Limits ซึ่งแต่ละงานก็มีคนดูร้องตามกันสนั่นจนตอกย้ำว่า Malcolm Todd ไม่ได้เป็นแค่ดาวรุ่งอีกคนในตลาดป๊อป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในชื่อที่มีน้ำหนักมากที่สุดของศิลปินรุ่นใหม่ในตอนนี้
อัลบั้ม “Do That Again” จึงเป็นมากกว่าผลงานชุดใหม่ แต่มันเหมือนภาพสะท้อนของคนวัยหนุ่มที่เจ็บซ้ำกับเรื่องเดิม แต่ยังยืนเล่าความจริงนั้นออกมาอย่างน่าสนใจ มีทั้งอารมณ์ขัน ความเปราะบาง และความมั่นใจในแบบที่ใครฟังก็รู้ว่า ศิลปินคนนี้กำลังเติบโตอย่างน่าติดตามสุด ๆ
ตอนนี้อัลบั้ม “Do That Again” เปิดให้ฟังแล้วทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิง พร้อมวางจำหน่ายแผ่นไวนิลลายเซ็นพิเศษโทนสีแดงและขาว รวมถึงเวอร์ชันสีเบอร์กันดีที่มีจำหน่ายเฉพาะที่ Urban Outfitters อีกด้วย




