SOAK กลับมาปล่อยของอีกครั้งใน “death valley fridge magnet” ซิงเกิลเดี่ยวแรกในรอบกว่า 4 ปี ที่เล่าความหลงทางได้เจ็บแต่สวย
SOAK หรือ Bridie Monds-Watson ศิลปินนักร้อง-นักแต่งเพลงจากไอร์แลนด์ กลับมาอีกครั้งด้วยซิงเกิลใหม่ “death valley fridge magnet” ภายใต้สังกัด Rough Trade Records ซึ่งนับเป็นผลงานเดี่ยวชิ้นแรกในรอบกว่า 4 ปี หลังจากช่วงก่อนหน้านี้เธอไปสร้างแรงกระเพื่อมร่วมกับ Fred Again.. ในเพลง “just stand there” เมื่อปี 2024 ที่มียอดสตรีมทะลุ 25 ล้านครั้ง แล้วเรียบร้อย
ก่อนหน้านี้ SOAK ปล่อยอัลบั้ม If I Never Know You Like This Again ในปี 2022 ต่อจาก Grim Town (2019) และอัลบั้มเปิดตัว Before We Forgot How to Dream (2015) ที่เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิง Mercury Prize มาแล้ว ทำให้การหวนกลับมารอบนี้ถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะเป็นการคืนสู่โหมดศิลปินเดี่ยวเต็มตัวหลังจากสะสมประสบการณ์ทั้งงานอัลบั้มและงานคอลแลบในช่วงที่ผ่านมา
เพลงใหม่ “death valley fridge magnet” เธอเล่าว่าเกิดขึ้นในช่วงที่รู้สึกเหมือนชีวิตกำลังหลุดโฟกัส แถมยังต้องเผชิญปัญหาเรื่องเสียงร้องจนเคยคิดว่าบางทีเส้นทางดนตรีอาจต้องจบลงตรงนั้น แต่เมื่อมองย้อนกลับมา เธอกลับพบว่ามิตรภาพคือสิ่งที่ช่วยดึงตัวเองกลับมาได้เร็วที่สุด เพราะบางบทสนทนาสั้น ๆ กับเพื่อนก็เพียงพอจะเตือนว่าแท้จริงแล้วตัวตนของเธอคือใคร

ในแง่ซาวด์ เพลงนี้ยังคงเอกลักษณ์ของ SOAK ไว้อย่างชัดเจน ทั้งการเล่าเรื่องด้วยภาพจำคม ๆ เนื้อร้องที่มีรายละเอียดทางอารมณ์ เมโลดี้ที่ฟังไม่ซับซ้อนแต่ติดหู และน้ำเสียงอบอุ่นที่โอบล้อมผู้ฟังแบบนุ่มลึก ขณะที่มิวสิกวิดีโอได้ Charlotte Langel มารับหน้าที่กำกับเพิ่มมิติภาพให้เพลงดูละเมียดขึ้นอีกชั้น
นอกจากการปล่อยเพลงใหม่แล้ว SOAK ยังมีตารางงานสดแน่นมากในปีนี้ เริ่มจากทัวร์ในไอร์แลนด์ช่วงซัมเมอร์ จากนั้นตามด้วยโชว์ในลอนดอนที่บัตรขายหมดแล้ว รวมถึงการขึ้นแสดงในงานฉลองครบรอบ 50 ปีของ Rough Trade ที่ Royal Festival Hall ในฐานะศิลปินรับเชิญของ Pulp ก่อนจะข้ามไปทัวร์สหรัฐอเมริกาช่วงฤดูใบไม้ร่วงกับ The Barr Brothers และมีคิวที่ Bowery Ballroom ในนิวยอร์กด้วย
ถ้ามองในภาพรวม การกลับมาของ SOAK ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปล่อยเพลงใหม่ แต่เหมือนเป็นการประกาศชัดว่าเสียงของเธอยังมีพลังพอจะพาคนฟังเข้าไปอยู่ในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดของชีวิตได้อยู่เหมือนเดิม และนั่นคือเสน่ห์ที่ทำให้ “death valley fridge magnet” น่าฟังตั้งแต่ครั้งแรกที่ชื่อเพลงโผล่มาเลยทีเดียว




