เปิดเกมใหญ่ “Thailand’s Chosen One 2026” 10 ตัวท็อปประชันเพลงใหม่ เดิมพันเดียวคือ “เสียงของประเทศไทย” สู่ Eurovision Asia

วงการเพลงไทยเตรียมเข้าสู่สนามแข่งขันครั้งใหม่ที่ไม่ได้วัดกันแค่ “ใครร้องเพราะกว่า” แต่เดิมพันกันถึงโอกาสในการเป็นตัวแทนประเทศไทยบนเวทีระดับนานาชาติ กับการเปิดตัว “Thailand’s Chosen One 2026” โปรเจกต์เฟ้นหาศิลปินเพียงหนึ่งเดียวจากศิลปินระดับแนวหน้าของประเทศ โดยงานเปิดตัวจัดขึ้นที่ SCBX NEXT TECH สยามพารากอน และเตรียมเดินหน้าสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 27 กันยายน ตามกำหนดการของโครงการที่ประกาศออกมา ขณะที่ภาพใหญ่ของ Eurovision Song Contest Asia นั้นได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะจัด Grand Final ที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2026 โดยมี Channel 3 เป็น Host Broadcaster
คอนเซ็ปต์ของรายการจึงแตกต่างจากการแข่งขันร้องเพลงทั่วไปอย่างชัดเจน เพราะผู้เข้าแข่งขันไม่ได้หยิบเพลงดังมาร้องเพื่อโชว์พลังเสียงเท่านั้น แต่แต่ละคนจะนำเสนอ เพลงใหม่และโชว์ที่สร้างขึ้นสำหรับการแข่งขัน โดยมีเป้าหมายเดียวคือทำอย่างไรให้ตัวตนทางดนตรีของศิลปินหนึ่งคนสามารถกลายเป็น “เสียงของประเทศไทย” ที่สื่อสารกับผู้ชมในภูมิภาคได้ งานนี้จึงเป็นการชนกันของทั้งเพลง การเรียบเรียง โปรดักชัน คอนเซ็ปต์ เวที และความสามารถในการสร้างโชว์ให้คนดูจำได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของ Eurovision Song Contest Asia ที่ต้องการให้แต่ละประเทศนำเสนอเสียงและเรื่องราวที่สะท้อนเอกลักษณ์ของตัวเองบนเวทีเดียวกัน
ไลน์อัปที่เปิดตัวออกมาเรียกได้ว่า “ของจริงชนของจริง” ตั้งแต่ แก้ม วิชญาณี เปียกลิ่น, JETSET’ER, JNMK, MANG & DAOU, MONICA, RETROSPECT, TIGGER x TARA, WONDERFRAME และ ZOM MARIE ก่อนจะมีเซอร์ไพรส์จากศิลปินปริศนาในชื่อ “พี่หมาป่าสุดหล่อ” เพิ่มความลึกลับให้การแข่งขันตั้งแต่ยังไม่ทันเปิดเวทีเต็มรูปแบบ งานนี้แต่ละชื่อมีฐานแฟนและภาพจำทางดนตรีแตกต่างกันสุดขั้ว ตั้งแต่พลังเสียงสาย Diva, ป๊อป, ร็อก, อินดี้ ไปจนถึงศิลปินรุ่นใหม่

เบื้องหลังโปรเจกต์นี้มี วู้ดดี้–วุฒิธร มิลินทจินดา ผู้ก่อตั้งเทศกาลดนตรี S2O และผู้ริเริ่มโครงการ ซึ่งมองว่าประเทศไทยมีทั้งศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลง และบุคลากรด้านความบันเทิงที่มีศักยภาพ แต่สิ่งที่ยังต้องเติมคือแพลตฟอร์มที่สามารถพาพวกเขาออกจากตลาดภายในประเทศไปสู่สายตาของผู้ชมต่างชาติ แนวคิดนี้สอดรับกับภาพใหญ่ของ Eurovision Song Contest Asia ซึ่ง EBU ระบุว่าเป็นการขยายแบรนด์ Eurovision สู่เอเชียเป็นครั้งแรก และจะเชื่อมประเทศที่มีประชากรรวมกันมากกว่า 600 ล้านคนผ่านการแข่งขันดนตรีและเรื่องราวของแต่ละชาติ
อีกหนึ่งจุดที่ทำให้การแข่งขันครั้งนี้น่าจับตาคือระบบการตัดสิน ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ทั้ง กรรมการและผู้ชม มีบทบาทในการเลือกผู้ชนะ โดยคณะกรรมการที่ถูกวางตัวมาประกอบด้วย รัดเกล้า อามระดิษ, อ้วน–มณีนุช เสมรสุต, ปู Blackhead, บอย Peacemaker และ แทน Lipta ทำหน้าที่พิจารณาตั้งแต่คุณภาพเสียงร้อง การตีความเพลง ความคิดสร้างสรรค์ ไปจนถึงพลังการแสดง ขณะเดียวกันการแข่งขันยังเปิดโอกาสให้พลังโหวตจากผู้ชมในประเทศและผู้ชมทั่วโลกเข้ามามีส่วนร่วมตามกติกาที่โครงการประกาศ งานนี้จึงไม่ใช่แค่กรรมการชอบแล้วจบ แต่ “เสียงจากคนดู” ก็มีสิทธิ์พลิกเกมได้เช่นกัน
ความสำคัญของเวทีนี้ยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อมองไปยังการแข่งขันระดับภูมิภาคที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะ Eurovision Song Contest Asia 2026 ถูกประกาศอย่างเป็นทางการโดย European Broadcasting Union หรือ EBU ร่วมกับ Voxovation และพันธมิตรในภูมิภาค โดยมีประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ และมีประเทศที่ยืนยันเข้าร่วมเบื้องต้นทั้งไทย เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย กัมพูชา ลาว บังกลาเทศ เนปาล และภูฏาน โดยแต่ละประเทศจะใช้กระบวนการคัดเลือกภายในประเทศเพื่อหาเพลงและศิลปินเข้าสู่การแข่งขันระดับเอเชีย ที่สำคัญ ทาง Eurovision เองได้ประกาศให้ผู้ชมทั่วโลกสามารถติดตาม National Selection Shows ของประเทศต่าง ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ ทำให้กระบวนการเฟ้นหาตัวแทนแต่ละชาติไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้ชมในประเทศอีกต่อไป

และเมื่อเกมเดินมาถึงจุดนี้ คำถามที่ใหญ่ที่สุดจึงไม่ใช่แค่ “ใครจะชนะ Thailand’s Chosen One 2026?” แต่คือศิลปินคนไหนจะสามารถเปลี่ยนเพลงของตัวเองให้กลายเป็นเพลงที่คนทั้งภูมิภาคเข้าใจและจดจำได้ เพราะ Eurovision Asia กำลังเปิดพื้นที่ใหม่ให้ศิลปินเอเชียเล่าเรื่องของตัวเองผ่านเพลงบนเวทีเดียวกัน ขณะที่กรุงเทพฯ จะเป็นเจ้าภาพ Grand Final ในวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้ ดังนั้นการแข่งขันรอบชิงของไทยในวันที่ 27 กันยายนจึงถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่แฟนเพลงต้องจับตาให้ดี เพราะหลังจากเสียงปรบมือบนเวทีจบลง ผู้ชนะจะต้องแบกความคาดหวังครั้งใหญ่ในฐานะ “เสียงของประเทศไทย” ไปสู่สนามระดับเอเชียอย่างแท้จริง!




