CEA จับมือ IFPI Thailand กางโรดแมปเศรษฐกิจดนตรีไทย! ถอดรหัสโอกาสยุค AI ดัน Music Ecosystem โตสู่เวทีโลก

วงการเพลงไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) จับมือกับ IFPI Thailand เปิดเวที Thailand’s Music Economy Spotlight 2026 เพื่อฉายภาพอนาคตของอุตสาหกรรมดนตรีไทย ท่ามกลางโลกที่เทคโนโลยี AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนวิธีการสร้างสรรค์ การบริโภค และการสร้างรายได้จากเสียงเพลง พร้อมเปิดพื้นที่ให้ศิลปิน ค่ายเพลง ผู้ประกอบการ และผู้กำหนดนโยบาย ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองถึงแนวทางผลักดัน Music Ecosystem ของประเทศไทย ให้แข็งแกร่งและแข่งขันในระดับสากลอย่างยั่งยืน
ภายในงานมีการหยิบยกข้อมูลเชิงลึกจากอุตสาหกรรมเพลงระดับโลกมาเผยให้เห็นว่า ตลาดเพลงยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2025 อุตสาหกรรมสิ่งบันทึกเสียงทั่วโลกมีมูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์กว่า 31.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 ติดต่อกัน สะท้อนว่าดนตรียังคงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพสูงในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ทั้งจากแพลตฟอร์มสตรีมมิง การจำหน่ายสินค้ากายภาพ รวมถึงโมเดลธุรกิจใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจคือการเติบโตของ Superfan Economy ซึ่งไม่ได้จำกัดรายได้ไว้เพียงยอดสตรีม แต่ขยายไปสู่การสร้างประสบการณ์ การขายสินค้าสะสม คอนเทนต์พิเศษ และการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินกับแฟนคลับอย่างลึกซึ้ง ขณะเดียวกัน กระแสการกลับมาของแผ่นเสียงไวนิลและซีดีก็ยังคงช่วยเพิ่มมูลค่าให้ตลาด Physical Music อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่ยังคงเป็นตลาดสำคัญของโลก

อีกหนึ่งหัวข้อสำคัญคือ Music Economy & Revenue Opportunities ที่ชี้ให้เห็นว่าศิลปินและค่ายเพลงในปัจจุบันสามารถสร้างรายได้จากหลากหลายช่องทางมากกว่าการสตรีม ไม่ว่าจะเป็นการบริหารลิขสิทธิ์ การนำเพลงไปใช้ในภาพยนตร์ ซีรีส์ โฆษณา เกม หรือคอนเทนต์ดิจิทัลผ่านระบบ Synchronization รวมถึงการแปลหรือดัดแปลงผลงานเพื่อขยายตลาดในต่างประเทศ ซึ่งล้วนเป็นโอกาสในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของเพลงไทย หากมีการจัดการสิทธิอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
วิทยากรจากหลากหลายภาคส่วนยังสะท้อนมุมมองตรงกันว่า “เพลงที่ดี” ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่สุด แต่การเข้าใจกลุ่มผู้ฟัง การมีพันธมิตรด้านการจัดจำหน่าย การบริหารลิขสิทธิ์ และการวางกลยุทธ์ทางธุรกิจที่เหมาะสม จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ผลงานสามารถเดินทางไปถึงตลาดโลกได้อย่างแท้จริง พร้อมย้ำว่าศิลปินยุคใหม่จำเป็นต้องมองตัวเองในฐานะผู้ประกอบการควบคู่ไปกับการเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงาน
ขณะที่ประเด็นเรื่อง AI กลายเป็นอีกหนึ่งหัวข้อร้อนของเวทีเสวนา โดยผู้เชี่ยวชาญจาก IFPI และหน่วยงานด้านทรัพย์สินทางปัญญา ต่างเห็นพ้องว่าปัญญาประดิษฐ์สามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมเพลง แต่ทุกกระบวนการควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเคารพลิขสิทธิ์ ความโปร่งใสของข้อมูล และการขออนุญาตจากเจ้าของผลงานอย่างเหมาะสม เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีเดินหน้าควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิของผู้สร้างสรรค์ผลงาน

อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกเน้นย้ำคือ แม้ AI จะสามารถช่วยสร้างสรรค์ผลงานได้รวดเร็วขึ้น แต่สิ่งที่ยังไม่สามารถทดแทนได้คือ “ความเป็นมนุษย์” ทั้งอารมณ์ ความคิดสร้างสรรค์ และประสบการณ์ชีวิต ซึ่งยังคงเป็นหัวใจของบทเพลงที่สามารถเชื่อมโยงความรู้สึกกับผู้ฟังได้อย่างแท้จริง และเป็นคุณค่าที่อุตสาหกรรมดนตรีต้องรักษาไว้ในอนาคต
การจัดงาน Thailand’s Music Economy Spotlight 2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลเท่านั้น แต่ยังสะท้อนทิศทางใหม่ของวงการเพลงไทย ที่กำลังเดินหน้าสู่การเป็นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ระดับโลก ผ่านการพัฒนาศิลปิน ระบบลิขสิทธิ์ การสร้างโอกาสทางธุรกิจ และการใช้เทคโนโลยีอย่างสมดุล เพื่อผลักดันให้ “ดนตรีไทย” กลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในอนาคต




