MellaMay กลับมาสะกิดรันเวย์ทั้งวงการ! ปล่อย “Legally Dumb” เพลงใหม่สายแดนซ์สุดแซ่บ รับ Pride Month แบบตัวแม่ตัวมัม

MellaMay หรือที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตากันดีจากเวที The Face Thailand Season 6 กลับมาสร้างความฮือฮาอีกครั้ง ด้วยซิงเกิลใหม่ “Legally Dumb” ที่มาแบบไม่ธรรมดา เพราะไม่ได้แค่ปล่อยเพลงให้ฟังกันเฉย ๆ แต่เหมือนเป็นการส่งพลังให้เหล่าตัวแม่ ตัวมัม และสายแฟชั่นได้ลุกขึ้นมาสับให้สุดบนรันเวย์ในช่วง Pride Month แบบพอดิบพอดี
ก่อนหน้านี้ MellaMay เคยเปิดตัวเสน่ห์ในฐานะศิลปินหญิงสาย performance ได้อย่างชัดเจนจากเพลง “BOSH (นี่แหละ)” ที่ทำให้หลายคนเริ่มหันมาจับตาว่าเธอไม่ได้มาเล่น ๆ เพราะงานเพลงของเธอมีทั้งกลิ่นอายป๊อปแบบจัดจ้าน ซาวด์สไตล์ UK Club และภาพลักษณ์ที่คมจัดเหมือนงานแฟชั่นเอดิทอเรียล แต่ในรอบนี้ เธอขยับไปอีกสเต็ปด้วย “Legally Dumb” ที่ยิ่งชัดเจนกว่าเดิมทั้งในเรื่องคาแรกเตอร์ ดนตรี และพลังการแสดงออก
เพลงใหม่เพลงนี้มาในโทน electro-pop / dark pop ที่ไม่ได้มีดีแค่จังหวะชวนขยับ แต่ยังพกบรรยากาศแบบ queer club culture มาเต็มสูบ ตั้งแต่บีตที่แน่นและกดอารมณ์ลงลึก ไปจนถึงซาวด์อิเล็กทรอนิกส์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางงานแฟชั่นโชว์ใต้ดินหรือบอลรูมสุดเดือดในยามค่ำคืน เรียกว่าใครที่ชอบเพลงมีมูด มีสไตล์ และมีความปังแบบไม่ต้องอธิบายเยอะ เพลงนี้น่าจะโดนใจแบบอยู่หมัด

สิ่งที่น่าสนใจมากคือเนื้อหาของเพลงไม่ได้เล่าเรื่องรักในแบบสวยงามหรือสมบูรณ์แบบ แต่พูดตรง ๆ ถึงความสัมพันธ์ที่รู้ทั้งรู้ว่าอาจไม่ดีต่อใจ แต่ก็ยังเลือกจะเดินเข้าไปอยู่ดี มันคือภาวะของคนที่เหมือนจะรู้ตัวว่า “โง่” กับความรู้สึกของตัวเอง แต่กลับยอมรับมันอย่างไม่อาย และใช้คำว่า “Legally Dumb” มาเป็นการนิยามความย้อนแย้งนั้นอย่างแสบ ๆ คัน ๆ ฟังแล้วทั้งขำ ทั้งเจ็บ ทั้งเท่ในเวลาเดียวกัน
ความเฉียบของเพลงนี้ยังอยู่ที่การผสมคำร้องแบบ playful กับน้ำเสียงแบบ sarcastic ได้อย่างมีชั้นเชิง ทำให้ทั้งเพลงไม่จมอยู่กับความเศร้าหรือความหวาน แต่เป็นการประกาศชัดว่าคนเรามีสิทธิ์จะรักแบบไม่สมบูรณ์แบบ และมีสิทธิ์จะ embrace ความพังของตัวเองได้อย่างภาคภูมิใจ เพลงนี้จึงไม่ได้มาเพื่อบอกว่าความรักต้องถูกต้องเสมอไป แต่มาบอกว่าบางครั้งการยอมรับความไม่เพอร์เฟกต์ของตัวเอง ก็เป็นความงามอีกรูปแบบหนึ่ง
เบื้องหลังงานเพลงยังได้โปรดิวเซอร์ฝีมือดีอย่าง Jackson Dimiglio-Wood ซึ่งเคยร่วมงานกับศิลปินระดับโลกอย่าง Shawn Mendes มาช่วยสร้างซาวด์ให้แน่นขึ้นไปอีกระดับ ส่งผลให้เพลงมีทั้ง groove ที่ชัด เบสที่หนัก และ hook ที่ติดหูง่ายแบบฟังครั้งเดียวแล้ววนต่อได้ทันที ทำให้ “Legally Dumb” ไม่ได้เป็นแค่เพลงป๊อปสำหรับฟังเพลิน ๆ แต่ยังเป็นเพลงที่มีพลังของการเคลื่อนไหว การแสดงออก และ self-expression อย่างเข้มข้น

ด้วยความเป็นงานที่ผสานทั้ง ดนตรี แฟชั่น และ performance art เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เพลงนี้จึงมีพลังแบบสากลชัดเจน และช่วยตอกย้ำตัวตนของ MellaMay ในฐานะศิลปินหญิงยุคใหม่ที่ไม่กลัวจะก้าวออกจากกรอบเดิม ๆ เพื่อสร้างสิ่งที่เป็นของตัวเองอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเปิดในคลับ เปิดในงานแฟชั่นโชว์ หรือเปิดในเทศกาล Pride เพลงนี้ก็พร้อมเป็นตัวแทนของความมั่นใจ อิสรภาพ และการรักตัวเองแบบไม่ต้องขออนุญาตใคร
สำหรับใครที่ชอบงานเพลงที่มี attitude จัด มีภาพชัด และฟังแล้วรู้สึกเหมือนกำลังเดินสับอยู่กลางไฟแฟลช “Legally Dumb” คืออีกหนึ่งซิงเกิลที่ควรปักหมุดไว้ทันที เพราะนี่ไม่ใช่แค่การกลับมาของ MellaMay แต่คือการประกาศตัวตนของเธอแบบเต็มเสียงว่า เธอพร้อมจะเป็นหนึ่งในตัวแทนของพลังผู้หญิงสายมั่นที่ทั้งร้อง ทั้งเต้น และทั้งเฉิดฉายได้อย่างไม่มีใครเหมือน




