เพลง/TPOPบันเทิงไทย

MILLI–YOUNGOHM แบกถ้วยกลับบ้านแบบคนละ 3 รางวัล! SOT MUSIC AWARDS 2026 ปิดฉากยิ่งใหญ่ ดันดนตรีไทยสู่หน้าประวัติศาสตร์หน้าใหม่

งานประกาศรางวัลทางดนตรีครั้งแรกของไทยอย่าง SOT MUSIC AWARDS 2026 (Sound of Thailand Music Awards 2026) ปิดม่านลงอย่างงดงามและสมศักดิ์ศรีแบบไม่มีตกหล่นแม้แต่วินาทีเดียว ภายใต้คอนเซ็ปต์ “รางวัลของคนดนตรี โดยคนดนตรี เพื่อคนดนตรี” เวทีนี้ไม่ได้เป็นแค่คืนแห่งการมอบรางวัล แต่กลายเป็นภาพสะท้อนพลังของอุตสาหกรรมเพลงไทยที่รวมตัวกันอย่างแน่นหนา ทั้งศิลปิน นักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ ค่ายเพลง สื่อมวลชน และคนทำงานเบื้องหลังจากทั่วประเทศ ที่พร้อมใจกันมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนสำคัญ ณ One Bangkok Forum

บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความคึกคักตั้งแต่พรมแดงไปจนถึงช่วงประกาศผล เพราะนี่คือครั้งแรกที่วงการเพลงไทยมีเวทีประกาศรางวัลที่ออกแบบมาเพื่อให้ “คนดนตรี” เป็นคนยกย่องกันเองอย่างแท้จริง จึงไม่แปลกที่ทุกช่วงของงานจะถูกจับตามองแบบทุกสายตา ไม่ว่าจะเป็นรายชื่อผู้ชนะ โปรดักชันการแสดง หรือโมเมนต์เซอร์ไพรส์ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งคืน

ไฮไลต์ที่ทำเอาทั้งงานฮือฮาที่สุด หนีไม่พ้นการที่ MILLI ศิลปินหญิงตัวจี๊ดแห่งยุค กวาดไปถึง 3 รางวัลใหญ่ ได้แก่ Artist of the Year, Best Female Solo Artist และ Best Hip-Hop/Rap/R&B Song จากเพลง “HEAVYWEIGHT” เรียกได้ว่าคืนนี้เธอไม่ได้มาแค่รับรางวัล แต่กลับขึ้นแท่นเป็นศิลปินที่มีผลงานโดดเด่นและถูกพูดถึงมากที่สุดของปีแบบชัดเจน

MILLI

ด้าน YOUNGOHM ก็ไม่น้อยหน้า เพราะคว้าไปอีก 3 รางวัลสำคัญ เช่นกัน ได้แก่ Album of the Year จากอัลบั้ม “ไฟกลางคืน”, Song of the Year จากเพลง “ใจฉันตามเธอไป” และ Best Male Solo Artist ตอกย้ำสถานะของเขาในฐานะหนึ่งในศิลปินแถวหน้าที่มีอิทธิพลต่อวงการดนตรีไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเชิงงานเพลงและภาพจำของคนฟัง

รางวัลสำคัญประจำปีอื่น ๆ ก็แบ่งกันไปอย่างคึกคัก เช่น ASIA7 คว้า Best Group/Duo Performance, murrph. คว้า New Artist of the Year, ส่วน BOYdPOD feat. Billkin ขึ้นแท่นคว้า Record of the Year และ Best Pop Song จากเพลง “I’m OK // Not OK” ขณะที่ The Darkest Romance จัดเต็มพลังร็อกคว้า Best Rock Song จากเพลง “ไม่เห็นจะต้องอายเลยถ้าอยากจะร้องไห้” ได้อย่างสมศักดิ์ศรี

ในกลุ่มรางวัลเฉพาะแนวเพลงก็มีสีสันไม่แพ้กัน เริ่มจาก ก้อง ห้วยไร่ ที่คว้า Best Thai Country Song จากเพลง “ดอกกระเจียวบาน”, Max Jenmana และ Jesse Mek ที่คว้า Best Folk Song จากเพลง “FOLKSTAR”, ขณะที่ Natt Buntita ได้รางวัล Best Blues/Jazz Song ส่วน JPBS คว้า Best Electronic/Dance Song และ Salin ปิดท้ายด้วย Best World Music / Experimental Song จากเพลง “RAMMANA”

ก้อง ห้วยไร่

อีกหนึ่งโมเมนต์ที่เป็นที่พูดถึงไม่น้อยคือภาพของ บิวกิ้น พุฒิพงศ์ ที่ขึ้นรับรางวัล Best Pop Song ด้วยตัวเองจากเพลง “I’m OK // Not OK” ซึ่งเป็นผลงานร่วมกับ BOYdPOD ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องจากทั้งฮอลล์ เพราะนอกจากจะสะท้อนความสำเร็จของเพลงแล้ว ยังเป็นภาพที่ยืนยันว่าผลงานชิ้นนี้ถูกยอมรับทั้งจากผู้ฟังและคนในอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง

ช่วงที่บีบหัวใจและเรียกเสียงยืนปรบมือจากทั้งงาน คือการมอบ Lifetime Achievement Award ให้แก่ ทิวา สาระจูฑะ บุคคลสำคัญผู้มีคุณูปการต่อวงการเพลงไทยมาอย่างยาวนาน เป็นอีกหนึ่งการเชิดชูเกียรติที่ทำให้ค่ำคืนนี้ไม่ใช่แค่การประกาศรางวัล แต่เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของวงการดนตรีไทยในมิติของการส่งต่อคุณค่าและความเคารพต่อคนรุ่นก่อน

นอกจากผลรางวัลแล้ว โชว์ในงานยังเป็นอีกสิ่งที่ทำให้ค่ำคืนนี้พิเศษยิ่งขึ้น เพราะศิลปินจากหลากหลายเจเนอเรชันต่างหยิบเพลงไทยมาถ่ายทอดใหม่ในแบบของตัวเอง จนเกิดเป็นโมเมนต์ที่ทั้งอบอุ่น ทั้งน่าจดจำ และทั้งทรงพลังตั้งแต่ต้นจนจบ

แบงค์ ศรราม

เปิดเวทีด้วยความละมุนของ แบงค์ ศรราม ที่นำเพลง “เหมือนวิวาห์” (Original by Jeff Satur) มาขับร้องด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกจนสะกดทั้งฮอลล์ให้เงียบฟัง ก่อนจะพาคืนงานเข้าสู่โหมดเฉลิมฉลองแบบละมุน ๆ แต่เต็มไปด้วยอารมณ์ร่วม

จากนั้นถึงคิวของ MILLI เจ้าของ 3 รางวัลใหญ่ ที่พลิกอีกมุมของตัวเองผ่านเพลง “หนีห่าง” (Original by เขียนไขและวานิช) จนคนดูได้เห็นว่าศิลปินที่เต็มไปด้วยพลังบนเวทีก็สามารถถ่ายทอดความเปราะบางออกมาได้อย่างลึกซึ้งไม่แพ้กัน

IMAGE SUTHITA ก็ไม่ทำให้ผิดหวังกับเพลง “ให้เธอ” (Original by วสันต์ โชติกุล) ที่ถูกตีความใหม่อย่างละเมียดละไม ส่วน PHUM VIPHURIT พาผู้ชมล่องลอยไปกับเพลง “ดาว” (Original by Paradox) จนบรรยากาศในฮอลล์ดูเหมือนถูกฉาบด้วยแสงดาวทั้งคืน

4EVE

ด้าน 4EVE มากับเพลง “ข้างกัน” (Original by Three Man Down feat. ออม Telex Telexs) ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและใกล้ชิดมากเป็นพิเศษ ขณะที่เซอร์ไพรส์ที่เรียกเสียงฮือฮาที่สุดคงหนีไม่พ้น โป่ง หินเหล็กไฟ ที่หยิบเพลง “ใจฉันตามเธอไป” ของ YOUNGOHM มาถ่ายทอดในเวอร์ชันร็อกแบบดุดันทรงพลัง กลายเป็นภาพที่เชื่อมศิลปินต่างยุคเข้าหากันอย่างงดงาม

ปิดท้ายค่ำคืนด้วย DICE กับเพลง “เสี้ยววินาที” (Original by BODYSLAM) ที่ทั้งร้อง ทั้งเต้น ทั้งปล่อยพลังเต็มเวทีจนคนดูต้องลุกขึ้นเชียร์แบบห้ามไม่อยู่ เป็นการปิดงานที่มีทั้งพลังของคนรุ่นใหม่และความเคารพต่อบทเพลงต้นฉบับอย่างครบถ้วน

งานนี้ยังแน่นไปด้วยเหล่าศิลปินและคนทำงานดนตรีที่มาร่วมเฉลิมฉลองกันคับคั่งบนพรมแดง ไม่ว่าจะเป็น 4EVE, ASIA7, B35 บรม ๓๕, DANU, DCNXTR, IMAGE SUTHITA, JPBS, Max Jenmana, Jesse Mek, MILLI, murrph., pami, PHUM VIPHURIT, TOFU, _less, แพร ชนา, แบงค์ ศรราม, PJ-LEON (GELBOYS), เฌอปราง และ ติณติณ นิวคันทรี่ รวมถึงอีกหลายค่ายเพลงที่ต่างพากันมาร่วมสร้างสีสันให้ค่ำคืนนี้

โป่ง หินเหล็กไฟ “ใจฉันตามเธอไป”

ที่สุดแล้ว SOT MUSIC AWARDS 2026 ไม่ได้เป็นเพียงการแจกถ้วยรางวัล แต่คือก้าวสำคัญที่ทำให้คนดนตรีไทยได้มีพื้นที่ของตัวเองอย่างแท้จริง เป็นเวทีที่เปิดให้ทุกฝ่ายได้ร่วมยินดี ร่วมโหวต และร่วมเฉลิมฉลองความหลากหลายทางดนตรีของบ้านเราอย่างภาคภูมิ ภายใต้แนวคิดที่ชัดเจนว่า “รางวัลของคนดนตรี โดยคนดนตรี เพื่อคนดนตรี” และค่ำคืนนี้ก็คือหลักฐานชัด ๆ ว่าวงการเพลงไทยพร้อมเติบโตไปอีกไกลกว่าที่เคย

ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ SOT MUSIC AWARDS 2026 ได้ทาง
www.soundofthailandmusicawards.com
และ Social Media: SOTMUSICAWARDS

Related Articles

Back to top button