WONDERFRAME สาดพลัง “girlslikegirls” สะกดเวที Thailand’s Chosen One! ส่ง Girl Love ไทยสู่สายตาแฟนเพลงทั่วโลก

WONDERFRAME ไม่ได้มาเล่น ๆ! “เฟรม–ศุภัคชญา สุขใบเย็น” ปล่อยพลังแบบจัดเต็มบนเวที “Thailand’s Chosen One” กับการหยิบเพลง “girlslikegirls” มาสร้างโชว์ที่ผสมทั้งเสียงร้อง เพอร์ฟอร์แมนซ์ และภาพจำของ Girl Love เข้าไว้ด้วยกันอย่างชัดเจน จนกลายเป็นหนึ่งในการแสดงที่ถูกจับตามองจากผู้ชมต่างชาติ เวทีดังกล่าวเป็นการคัดเลือกตัวแทนประเทศไทยสำหรับ Eurovision Song Contest Asia 2026 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กันยายน และมีศิลปินไทยเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 10 ราย ก่อนที่ MANG x DAOU จะได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทยในงาน Eurovision Song Contest Asia รอบใหญ่ที่กรุงเทพฯ วันที่ 14 พฤศจิกายนนี้
สำหรับ WONDERFRAME การขึ้นเวทีครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการนำเพลงมาโชว์ให้จบหนึ่งเพลง แต่เป็นการสร้าง “โลก” ของตัวเองขึ้นมาผ่านทุกองค์ประกอบของการแสดง ตั้งแต่พลังเสียง คาแรกเตอร์ ไปจนถึงการนำเสนอเรื่องราวของความรักในมุมที่มีความเป็นตัวเองสูง โดยเว็บไซต์ Eurovision Asia เองแนะนำ WONDERFRAME ในฐานะศิลปินที่ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่การร้องเพลง แต่เป็นทั้ง storyteller และ creator ที่ผสมดนตรี ภาพ แฟชั่น และ performance เข้าไว้เป็นประสบการณ์เดียวกัน ขณะที่ผลงานเพลงของเธอสะสมยอดการเล่นรวมมากกว่า 1 พันล้านครั้ง และเธอยังมีเครดิตการทำงานร่วมกับศิลปิน K-POP อย่าง BABYMONSTER อีกด้วย
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ “girlslikegirls” โดดเด่นคือการเลือกใช้คอนเซ็ปต์ Girl Love เป็นหัวใจของการเล่าเรื่อง โดย WONDERFRAME ไม่ได้วางความรักไว้เพียงในฐานะเนื้อหาของเพลง แต่ขยายออกมาเป็นภาษาของโชว์ที่คนดูสามารถรับรู้ได้ทั้งจากเสียงร้องและภาพบนเวที จนหลังการแสดงมีแฟนเพลงจากต่างประเทศเข้ามาพูดถึงตัวตนและคาแรกเตอร์ของเธออย่างต่อเนื่อง รวมถึงเกิดวลีแซวอย่าง “Lesbian Wonderframe” ในกลุ่มผู้ชมบางส่วน ขณะที่เบื้องหลังงานเพลงและภาพของโชว์ครั้งนี้ได้รับการสร้างสรรค์โดย Uprising Entertainment โดยมี William Aherne ดูแลในส่วนเพลงและภาพ ส่วน “girlslikegirls” WONDERFRAME ร่วมเขียนกับ Kyler Niko นักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ที่มีผลงานร่วมกับศิลปินระดับสากล รวมถึง BABYMONSTER

สิ่งที่น่าสนใจอีกด้านคือ WONDERFRAME กำลังแสดงให้เห็นว่าเวทีคัดเลือกตัวแทนประเทศในครั้งนี้ไม่ได้มีกรอบอยู่แค่การแข่งขันเพื่อหาผู้ชนะ แต่ยังเปิดพื้นที่ให้ศิลปินไทยนำเสนอ “ตัวตน” ของตัวเองต่อผู้ชมทั่วโลก เพราะ Thailand’s Chosen One ถูกออกแบบให้ถ่ายทอดสดไปยังผู้ชมทั่วโลก และเปิดให้ผู้ชมจากนอกประเทศไทยร่วมลงคะแนนได้ด้วย โดย Eurovision Asia ระบุว่าคะแนนจากผู้ชมต่างประเทศมีสัดส่วน 20% ขณะที่คะแนนผู้ชมในประเทศไทยคิดเป็น 40% และอีก 40% มาจากคณะกรรมการมืออาชีพ ทำให้เวทีนี้กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญที่ศิลปินไทยสามารถสร้างการรับรู้กับแฟนเพลงนอกประเทศได้โดยตรง
แม้เส้นทางของ WONDERFRAME ในการแข่งขันจะไม่ได้จบลงด้วยการเป็นตัวแทนประเทศไทย แต่ “girlslikegirls” กลับทำหน้าที่สำคัญในอีกแบบหนึ่ง เพราะโชว์นี้ทำให้ชื่อของเธอถูกนำไปพูดถึงในบริบทที่กว้างกว่าเดิม จากศิลปินไทยที่มีฐานแฟนเพลงในประเทศ สู่ศิลปินที่สามารถหยิบคอนเซ็ปต์ซึ่งมีความเฉพาะตัวมานำเสนอให้ผู้ชมจากหลายประเทศทำความรู้จักได้ เวที Thailand’s Chosen One เองก็รวบรวมศิลปินจากหลากหลายแนวดนตรี ตั้งแต่ป๊อป ร็อก ไปจนถึงศิลปินสายร้องทรงพลัง และ Eurovision Asia ระบุว่าเป้าหมายสำคัญของรายการคือการค้นหาเพลงของไทยสำหรับการแข่งขันระดับเอเชียครั้งแรก
และนี่อาจเป็นอีกหนึ่งภาพที่น่าจับตาของ WONDERFRAME ในฐานะศิลปินไทยยุคใหม่ เมื่อเพลงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างยอดฟัง แต่กลายเป็นเครื่องมือพาคาแรกเตอร์ ภาษาแฟชั่น ภาพ และเรื่องราวของศิลปินออกไปพบผู้ชมทั่วโลก “girlslikegirls” จึงไม่ได้จบลงทันทีเมื่อไฟบนเวทีดับ แต่กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งผลงานที่สะท้อนความกล้าของ WONDERFRAME ในการเล่าเรื่องความรักผ่านมุมมองของตัวเอง พร้อมเปิดประตูให้ผู้ฟังต่างชาติได้รู้จักตัวตนของเธอมากขึ้น และเมื่อ Eurovision Song Contest Asia 2026 กำลังเตรียมเปิดฉากครั้งแรกที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 14 พฤศจิกายน ชื่อของศิลปินไทยที่เคยขึ้นเวที Thailand’s Chosen One ก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งสีสันที่สะท้อนว่าเสียงดนตรีไทยกำลังมีพื้นที่บนเวทีนานาชาติมากขึ้นเรื่อย ๆ




