งดงามที่สุดในวาระสุดท้าย! “มิ้วส์เชค อรภัสญาน์” เปลี่ยนเวทีชีวิตเป็นภารกิจจิตอาสา แต่งหน้า-ทำผมส่งผู้เสียชีวิตเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว

แม้ผู้คนจะคุ้นเคยกับภาพของ “มิ้วส์เชค อรภัสญาน์” ในฐานะนักร้องลูกทุ่งเสียงคุณภาพจากค่ายแกรมมี่โกลด์ แต่เบื้องหลังแสงไฟบนเวที เธอยังเลือกใช้หัวใจอีกด้านในการทำหน้าที่ “จิตอาสา” เพื่อช่วยเหลือสังคม และครั้งล่าสุดคือภารกิจที่ทั้งหนักหน่วงและสะเทือนใจที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต กับการร่วมเป็นอาสาสมัครของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ทำหน้าที่แต่งหน้าและทำผมให้ผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว เพื่อส่งทุกดวงวิญญาณจากโลกนี้ไปอย่างงดงามที่สุด
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง และท่ามกลางบรรยากาศแห่งความโศกเศร้า มิ้วส์เชคได้ก้าวเข้าไปทำหน้าที่ที่ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต ด้วยความตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยม โดยเธอได้ดูแลผู้เสียชีวิตมากกว่า 9 ราย พร้อมใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้ผู้จากไปมีภาพลักษณ์ที่ดีที่สุดในวาระสุดท้าย เป็นการส่งท้ายด้วยความเคารพและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
หนึ่งในช่วงเวลาที่สะเทือนความรู้สึกมากที่สุด คือการที่เธอได้รับหน้าที่แต่งหน้าให้กับ “น้องบรีส” นักร้องนำวงทศกัณฐ์ หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งมิ้วส์เชคเผยว่า น้องบรีสเคยเป็นแฟนคลับที่ติดตามผลงานของเธอมานาน การได้ทำหน้าที่ส่งน้องเป็นครั้งสุดท้าย จึงเป็นความรู้สึกที่ทั้งเศร้าและมีความหมายอย่างยิ่ง

หลังเสร็จสิ้นภารกิจ มิ้วส์เชคได้ถ่ายทอดความรู้สึกผ่านโซเชียลมีเดียว่า นี่คือครั้งแรกของการแต่งหน้าและทำผมให้ผู้เสียชีวิต พร้อมยอมรับว่ารู้สึกภูมิใจที่สามารถก้าวข้ามความกลัวของตัวเอง และได้ทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถ เธอตั้งใจดูแลทุกเคสอย่างดีที่สุด แม้อาจไม่มีคำพูดใดปลอบโยนครอบครัวผู้สูญเสียได้ แต่หวังว่าการทำให้ผู้จากไปดูดีที่สุด จะเป็นอีกหนึ่งกำลังใจเล็ก ๆ ที่ส่งมอบให้คนที่ยังอยู่
เรื่องราวของมิ้วส์เชคได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนเพลงและชาวเน็ตจำนวนมาก หลายคนยกย่องว่า นอกจากจะเป็นศิลปินที่มีคุณภาพด้านผลงานเพลงแล้ว เธอยังเป็นอีกหนึ่งบุคคลในวงการบันเทิงที่ใช้ชื่อเสียงเพื่อสร้างคุณค่าให้กับสังคม ผ่านการลงมือทำงานจิตอาสาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะภารกิจที่ต้องอาศัยทั้งความละเอียดอ่อน ความเข้มแข็งของจิตใจ และความเสียสละอย่างแท้จริง
แม้ภารกิจในวันนั้นจะเต็มไปด้วยคราบน้ำตา แต่สิ่งที่มิ้วส์เชคได้มอบให้ผู้สูญเสียและครอบครัว คือความงดงามในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต พร้อมตอกย้ำว่า บางครั้งการเป็น “ศิลปิน” ไม่ได้มีหน้าที่เพียงสร้างรอยยิ้มบนเวที หากยังสามารถส่งต่อความรัก ความเมตตา และความหวังให้ผู้คนได้ แม้ในวันที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าที่สุดก็ตาม




