“วันเดอร์เฟรม” เปิดเกมใหญ่! นั่งแท่นผู้จัด “The Dragon House” สู้คำสบประมาทนาน 2 ปี ลั่น GL ไม่ได้มีแค่ฉากรัก ขอพิสูจน์ “แอ็กชัน–อาชญากรรม–ดราม่า” ก็ไปไกลได้

สะเทือนวงการ GL ไม่น้อย! เมื่อ “วันเดอร์เฟรม” ออกมาเปิดใจถึงเบื้องหลังการผลักดัน “The Dragon House เพลิงมังกร” ซีรีส์ GL Action ที่ต้องใช้เวลานานกว่า 2 ปีฝ่าทั้งกำแพงการลงทุน ดีลที่ไม่เป็นไปตามแผน และคำพูดบางประโยคที่เจ้าตัวยอมรับว่ายังจำได้จนถึงวันนี้ โดยเฉพาะมุมมองที่ว่า “ซีรีส์ Girl Love Action ขายไม่ได้” กลายเป็นแรงผลักสำคัญให้เธอต้องการพิสูจน์ว่าเรื่องราวของผู้หญิงรักผู้หญิงสามารถเดินทางไปไกลกว่าพล็อตโรแมนซ์ได้
เส้นทางของ “The Dragon House” ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะกว่าจะเดินทางมาถึงจุดที่ถูกพูดถึงในวงกว้าง โปรเจกต์ต้องเผชิญกับอุปสรรคด้านการลงทุนหลายครั้ง ทั้งการถูกปฏิเสธจากผู้ลงทุน และบางดีลที่เคยเดินหน้าไปถึงขั้นเซ็นสัญญาแล้ว แต่สุดท้ายกลับต้องยุติลง ความไม่แน่นอนเหล่านี้กลายเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของทีมงานที่ต้องพยายามประคองโปรเจกต์ให้เดินหน้าต่อ แม้เส้นทางจะไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ถูกจับตามองมากขึ้นคือ “คำพูด” ที่วันเดอร์เฟรมยังจำได้ เพราะนอกจากประโยคที่มองว่า GL Action อาจขายไม่ได้แล้ว ยังมีคำถามในทำนองว่า “มีแค่ Love Scene ก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ?” ซึ่งสำหรับเธอ คำพูดเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงอุปสรรคในการทำงาน แต่กลับกลายเป็นเชื้อไฟที่ทำให้ต้องการพิสูจน์แนวคิดของตัวเองให้ชัดขึ้นว่า ตลาด GL สามารถนำเสนอเรื่องราวได้หลากหลายกว่าความสัมพันธ์เชิงโรแมนติก และผู้ชมเองก็พร้อมเปิดรับคอนเทนต์ที่มีความแตกต่าง

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ “The Dragon House” เลือกวางตัวเองในพื้นที่ของ GL Action พร้อมผสมองค์ประกอบของ Crime และ Drama เข้าไปในเรื่องราว แทนที่จะจำกัดตัวเองอยู่เพียงสูตรสำเร็จของซีรีส์รัก การขยับไปสู่โลกของแอ็กชันและอาชญากรรมจึงถือเป็นความท้าทายทั้งในแง่การผลิตและการสื่อสารกับตลาด เพราะนอกจากต้องสร้างเคมีของตัวละครแล้ว ยังต้องทำให้เส้นเรื่องมีน้ำหนักและฉากแอ็กชันสามารถยืนได้ด้วยตัวเอง
ในมุมของอุตสาหกรรม นี่จึงเป็นมากกว่าการเปิดตัวซีรีส์เรื่องใหม่ เพราะกำลังเกิดคำถามสำคัญว่า ตลาด GL ในวันนี้พร้อมเปิดพื้นที่ให้กับเรื่องราวที่มี Genre หลากหลายมากขึ้นแค่ไหน หลังจากช่วงหลายปีที่ผ่านมา GL ไทยเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทั้งในประเทศและต่างประเทศ การนำเสนอเรื่องราวในแนว Action, Crime หรือ Thriller จึงอาจเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ช่วยขยายฐานผู้ชมจากแฟนซีรีส์โรแมนซ์ไปสู่กลุ่มผู้ชมที่ชื่นชอบแนวอื่น ๆ ด้วย
หลังการเปิดใจของวันเดอร์เฟรม กระแสจากแฟน ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศก็เข้ามาให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมจับตาว่าโปรเจกต์ที่ถูกผลักดันมายาวนานกว่า 2 ปีจะสามารถเดินทางไปถึงหน้าจอและพิสูจน์แนวคิดของทีมผู้สร้างได้หรือไม่ เพราะสำหรับแฟน ๆ แล้ว “The Dragon House” ไม่ได้เป็นเพียงซีรีส์ GL อีกหนึ่งเรื่อง แต่กำลังถูกมองว่าเป็นโปรเจกต์ที่ต้องการท้าทายกรอบเดิม ๆ ของตลาด และแสดงให้เห็นว่าเรื่องราวของคู่หญิง–หญิงสามารถเล่าได้ทั้งความรัก ความขัดแย้ง อาชญากรรม และฉากแอ็กชันเข้มข้น

ท้ายที่สุด “The Dragon House เพลิงมังกร” จะสามารถเปลี่ยนคำสบประมาทให้กลายเป็นแรงส่งได้หรือไม่ ยังต้องรอติดตามความคืบหน้ากันต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ วันเดอร์เฟรมเลือกที่จะไม่หยุดเพียงเพราะมีคนบอกว่า “ขายไม่ได้” และกำลังพยายามพิสูจน์ด้วยผลงานว่า GL ไม่จำเป็นต้องถูกจำกัดอยู่ในกรอบใดกรอบหนึ่ง งานนี้แฟน ๆ สามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียดของโปรเจกต์ผ่านโซเชียลมีเดียของ Wonderframe, The Dragon House Official และ Uprising Entertainment ทุกช่องทาง เพราะบทพิสูจน์ครั้งสำคัญของ GL Action ไทย อาจกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว




