“เอิ๊ร์ธ กษิดิ์เดช” กลับมาทวงพื้นที่หัวใจคนฟังด้วย “ความคิดถึงสู้กลับ” เพลงใหม่สาย Pop Rock 2000s ที่เจ็บนุ่มแต่แทงลึกทุกความทรงจำ

หลังห่างหายจากการทำเพลงไปพักใหญ่ เอิ๊ร์ธ กษิดิ์เดช กลับมาอีกครั้งพร้อมซิงเกิลใหม่ “ความคิดถึงสู้กลับ” ผลงานที่ไม่ใช่แค่เพลงใหม่ธรรมดา แต่เป็นการประกาศตัวตนของศิลปินคนนี้แบบชัดเจนที่สุด ทั้งในฐานะคนแต่งเพลง คนร้อง และคนที่รู้ดีว่าหัวใจตัวเองยังค้างคาอะไรอยู่บ้าง
เส้นทางของเอิ๊ร์ธกับเสียงเพลงเริ่มต้นมาตั้งแต่ยังเด็ก เพราะเติบโตมาในครอบครัวที่ปลูกฝังให้รักการร้องเพลงมาโดยตลอด จนถูกส่งไปเรียนขับร้องตั้งแต่ช่วงมัธยมต้นที่ทั้ง สถาบันดนตรีมีฟ้า และ KPN ก่อนจะกลายเป็นนักร้องประจำโรงเรียนประภามนตรี 2 มีวงดนตรีของตัวเอง และคว้ารางวัลจากเวทีประกวดต่าง ๆ มาได้แทบทุกครั้งที่ลงแข่ง แม้เจ้าตัวจะยอมรับตรง ๆ ว่าไม่ได้เล่นเครื่องดนตรีเป็น แต่กลับมีวิธีแต่งเพลงในแบบของตัวเอง ด้วยการฮัมทำนองขึ้นมาก่อน แล้วค่อยแต่งเนื้อร้องใส่ลงไปให้เข้ากับเมโลดี้ที่อยู่ในหัว
วิธีทำเพลงแบบนี้ทำให้เอิ๊ร์ธมีผลงานที่เป็นลายเซ็นของตัวเองมาตั้งแต่ยังเรียนอยู่ระดับมัธยม และต่อยอดมาจนถึงวันนี้ โดยก่อนหน้านี้เขามีเพลงที่แต่งเองทั้งเนื้อร้องและทำนองมาแล้วหลายเพลง ไม่ว่าจะเป็น กลับมารักตัวเอง, คนไม่มีความหมาย, ไหนบอกว่ารัก, โฉมงามกับเจ้าชายอสูร, ไม่อยากจะคิดเลย, ขอบคุณความรัก, คนน่ารำคาญ และ ช่วยปล่อยให้ฉันเสียใจ รวมถึงอัลบั้ม EP Songs About Her ที่มาในแนว Variety Pop และมีถึง 5 เพลงที่เอิ๊ร์ธลงมือเขียนเองทั้งหมด

สำหรับ “ความคิดถึงสู้กลับ” เพลงนี้ถือเป็นการหวนคืนสู่สิ่งที่เป็นตัวตนของเอิ๊ร์ธมากที่สุด หลังพักจากการปล่อยเพลงไปเกือบ 3 ปี เจ้าตัวใช้ช่วงเวลานั้นทบทวนตัวเองอย่างจริงจังว่า เพลงแบบไหนที่เขาอยากทำจริง ๆ แนวไหนที่เติบโตมากับมัน และอารมณ์แบบใดที่ยังค้างอยู่ในใจ จนสุดท้ายเลือกกลับมาจับ Pop Rock ยุค 2000s อีกครั้ง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความเป็นนักแต่งเพลงในตัวเขา
ไอเดียของเพลงนี้เกิดจากการสังเกตตัวเองว่าเป็นคนที่จำอะไรฝังใจได้ง่ายมาก ประกอบกับการหยิบคำฮิตในโซเชียลอย่าง “ชีวิตสู้กลับ” มาตีความใหม่ จนกลายเป็นชื่อเพลง “ความคิดถึงสู้กลับ” ที่ฟังแล้วทั้งคม ทั้งชัด และมีอารมณ์ร่วมในตัวเองสูง เพลงนี้เล่าความรู้สึกของคนที่พยายามจะลืมอดีต แต่ไม่ว่าจะสั่งสมองกี่ครั้ง หัวใจก็ยังเหมือนส่งความทรงจำเดิมกลับมาทำร้ายอยู่ดี นี่จึงไม่ใช่แค่เพลงคิดถึง แต่เป็นเพลงของคนที่แพ้ให้กับความทรงจำของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เมื่อได้คอนเซปต์ครบ เอิ๊ร์ธก็เริ่มต้นจากการแต่งท่อนฮุคก่อน แล้วค่อยต่อยอดท่อนอื่นตามมา ด้วยวิธีถนัดคือฮัมทำนองแล้วใส่เนื้อร้องลงไป ก่อนบันทึกเสียงร้องปากเปล่าเพื่อส่งต่อให้กับคนทำเพลงคู่บุญอย่าง พีท มือกีตาร์วง Pancake ที่เข้ามาช่วยดูแลพาร์ตดนตรี ซึ่งถือว่าเข้ากับแนวทางของเพลงนี้อย่างพอดิบพอดี เพราะทั้งอารมณ์และซาวด์ต่างก็พาให้นึกถึงเสน่ห์ของเพลง Pop Rock ยุค 2000s แบบที่คนฟังสายนี้ต้องยิ้มออกแน่นอน

ในขั้นตอนการบันทึกเสียงร้อง เอิ๊ร์ธยังชวน ไทเกอร์ รุ่นน้องจากโรงเรียนประภามนตรี 2 ซึ่งเคยร้องเพลงประสานเสียงด้วยกันสมัยเรียน มาร่วมอัดเสียงประสานให้กับเพลงนี้ที่ Life Beat Studio ก่อนส่งต่อให้ พงศ์ พงศธร ผู้เคยร่วมงานในเพลง “แม้เธอไม่เคยรู้” จาก EP Songs About Her มาทำหน้าที่ Vocal Editor ช่วยเก็บรายละเอียดเสียงร้องให้เพลงออกมาเนียนและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ด้านงานมิกซ์และมาสเตอร์ก็ได้ ปุ้ย สุภวัฒฐ์ มาช่วยดูแลต่อ โดยมี ตูน Neo Risen เป็นตัวกลางประสานงาน จนทำให้ทุกองค์ประกอบของเพลงค่อย ๆ ประกอบเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบและลงตัว
ไม่เพียงแค่เสียงเพลงเท่านั้นที่เอิ๊ร์ธตั้งใจถ่ายทอดความเป็นตัวเอง แต่ในส่วนของภาพและวิดีโอ เขายังเลือกเล่าเรื่องผ่าน Lyric Video ที่เน้นโชว์เนื้อร้องให้เด่นชัด เพื่อย้ำตัวตนการเป็นศิลปินนักแต่งเพลงอย่างเต็มรูปแบบ งานภาพครั้งนี้ได้ โซนี่ แอดมินเพจ SNFX ผู้มีประสบการณ์ทำงานอาร์ตให้กับซีรีส์และภาพยนตร์ของ Netflix มาช่วยดูแลภาพ วิดีโอ และงานศิลป์ทั้งหมดในโทนเชิงสัญลักษณ์ที่เต็มไปด้วยความหมายแฝง ซึ่งยังเป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง หลังเคยทำงานด้วยกันมาแล้วใน EP Songs About Her เมื่อ 3 ปีก่อน
ทั้งหมดนี้ทำให้ “ความคิดถึงสู้กลับ” ไม่ได้เป็นเพียงซิงเกิลใหม่ที่หวนกลับมาในรอบหลายปี แต่เป็นงานที่สรุปตัวตนของ เอิ๊ร์ธ กษิดิ์เดช ได้ชัดเจนที่สุด ทั้งในแง่ประสบการณ์ ความรู้สึก แนวดนตรี และวิธีเล่าเรื่องที่จริงใจแบบไม่ต้องพยายามเกินจำเป็น เพลงนี้คือภาพรวมของคนที่โตมากับเสียงเพลง เข้าใจความเจ็บของการคิดถึง และรู้วิธีแปลงมันให้กลายเป็นงานศิลปะที่คนฟังสัมผัสได้จริง
นอกจากนี้ เอิ๊ร์ธยังเข้ามาเป็นหนึ่งในศิลปินจากโปรเจกต์ #LYmainsupporter ของค่าย Light Yeah Music ที่เข้ามาช่วยดูแลด้านประชาสัมพันธ์ให้กับเพลงนี้ด้วย ตอนนี้สามารถรับฟังเพลง “ความคิดถึงสู้กลับ – Earth Kasidetch” ได้แล้วทุกช่องทางสตรีมมิง และทาง YouTube: earthkasidetch




