MUSICบันเทิงต่างประเทศ

Zoh Amba พลิกโหมดจากแซกโซโฟนสู่เสียงร้องเต็มตัว! ส่งอัลบั้มใหม่ “Eyes Full” เปิดจักรวาลดนตรีบทใหม่ที่ทั้งดิบ ทั้งลึก และกินใจ

Zoh Amba กลับมาเขย่าวงการอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ได้มาในบทบาทเดิมที่แฟน ๆ คุ้นเคย เพราะเธอเปิดตัวอัลบั้มใหม่ “Eyes Full” ในฐานะ นักร้องและนักแต่งเพลงเต็มตัว เป็นครั้งแรก พร้อมนับเป็นการร่วมงานครั้งแรกกับค่าย Matador Records อีกด้วย งานชุดนี้จึงไม่ใช่แค่การปล่อยอัลบั้มใหม่ธรรมดา แต่เป็นการขยับตัวครั้งสำคัญของศิลปินสาวผู้เคยสร้างชื่อจากฝีมือ free jazz saxophonist ที่เฉียบคมและดุดันสู่พื้นที่การเล่าเรื่องด้วยเสียงร้องอย่างเต็มรูปแบบ

ก่อนหน้านี้ Amba ได้ปล่อยซิงเกิลที่สามอย่าง “Dead End Street” ออกมาเรียกน้ำย่อย และมิวสิกวิดีโอของเพลงนี้ยังมีความพิเศษตรงที่เธอร่วมกำกับด้วยตัวเองกับ Liz Layton ทำให้ภาพรวมของงานดูเป็นส่วนตัวและมีลายเซ็นชัดตั้งแต่ก้าวแรกที่ผู้ฟังได้สัมผัส

หัวใจของ “Eyes Full” ผูกแน่นกับบ้านเกิดของเธอที่ คิงส์พอร์ต รัฐเทนเนสซี อย่างชัดเจน ทั้งในเชิงอารมณ์และในเชิงดนตรี เพราะอัลบั้มนี้เหมือนเป็นการหวนกลับไปหยิบรากดั้งเดิมของตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะ กีตาร์ เครื่องดนตรีชิ้นแรกในชีวิต ที่ Amba นำกลับมาใช้อย่างจริงจังหลังจากฝากชื่อไว้ในโลกแซกโซโฟนมาอย่างโดดเด่น ดนตรีในชุดนี้จึงมีทั้งกลิ่นของ อะคูสติกบลูส์แบบเรียบง่าย, โฟล์กจากเมืองแถบเทือกเขาแอปพาเลเชียน, และพลังของ กีตาร์ไฟฟ้า ที่ค่อย ๆ ดันอารมณ์เพลงให้เข้มข้นขึ้นทีละชั้น

ความน่าสนใจของอัลบั้มนี้ไม่ได้อยู่แค่การเปลี่ยนเครื่องดนตรี แต่ยังอยู่ที่ “มุมมอง” ของ Amba ด้วย เพราะตลอดเส้นทางที่ผ่านมา เธอสนใจเรื่องของผู้คน ความสัมพันธ์ และโลกข้างในที่มักถูกมองข้ามอยู่เสมอ สำหรับ “Eyes Full” เธอเลือกหันไปจับเรื่องราวของชีวิตคนธรรมดา โดยเฉพาะผู้คนในเมืองเล็ก ๆ และชนชั้นแรงงานที่ต้องดิ้นรนทุกวันเพื่อความอยู่รอดและความหวังอันริบหรี่ เพลงในอัลบั้มนี้จึงไม่ใช่การพูดแทนใครแบบโอ่อ่า แต่เป็นการเปิดพื้นที่ให้เรื่องเล็ก ๆ ของคนที่ไม่ค่อยมีใครฟัง ได้มีตัวตนขึ้นมาจริง ๆ

อีกหนึ่งจุดเด่นของงานชุดนี้คือการบันทึกเสียงแบบ เล่นสดทั้งหมด ที่สตูดิโอ Drop of Sun ในเมืองแอชวิลล์ โดยไม่มีการอัดทับเติมแต่งภายหลังมากนัก งานนี้มี Kevin Hyland มาช่วยเล่นกีตาร์ไฟฟ้า และ Jim White รับหน้าที่กลอง ซึ่งหลังจากซ้อมและเล่นร่วมกันต่อเนื่อง เคมีทางดนตรีของทั้งสามคนก็กลายเป็นความไหลลื่นแบบธรรมชาติ เสียงเพลงในอัลบั้มจึงออกมาทั้งดิบ จริง และมีลมหายใจ ไม่ได้ถูกขัดเกลาให้เนี๊ยบเกินไปจนเสียเสน่ห์

ในเชิงอารมณ์ “Eyes Full” เดินเกมได้อย่างน่าจับตา เพราะบางช่วงเต็มไปด้วยความเข้มแข็งและดุดัน บางช่วงกลับอ่อนบาง เปราะ และเหมือนกำลังคุยกับตัวเองอยู่เงียบ ๆ เสียงร้องของ Amba มีพลังในแบบไม่พยายามโชว์พลังจนเกินไป ขณะที่กีตาร์และกลองคอยขับอารมณ์ให้เพลงค่อย ๆ เปิดเผยเนื้อในของมันอย่างเป็นธรรมชาติ

สื่อสายเพลงต่างประเทศก็ให้ความสนใจกับการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้อย่างมาก โดยหลายสำนักมองว่า Amba กำลังขยายขอบเขตจากศิลปินแจ๊สอาวองการ์ดไปสู่การเป็นนักแต่งเพลงที่มีเสียงของตัวเองชัดเจนขึ้นทุกที และ “Eyes Full” คือหลักฐานที่ดีว่าความกล้าลองของเธอไม่ได้ลดทอนความเฉียบคมทางดนตรีเลยแม้แต่น้อย

รายชื่อเพลงในอัลบั้มยังยิ่งเสริมภาพของงานที่หลากหลายและมีคาแรกเตอร์ เช่น “OCD,” “Another Time,” “Dead End Street,” “Thousand Years,” “Southern Soil,” “Eyes Full,” “Blueberry Thorn,” “Emahoy,” “Weed Eating,” “Odd Jobs,” “Child You’ll See,” “PG Tips” และ “Smile With Your Eyes” ซึ่งแต่ละชื่อชวนให้คาดเดาได้ทันทีว่าอัลบั้มนี้จะเต็มไปด้วยเรื่องเล่าและอารมณ์ที่ไม่เดินตามสูตรสำเร็จ

หากมองจากภาพรวม “Eyes Full” คือผลงานที่พาผู้ฟังเข้าไปสำรวจชีวิตของคนที่มักไม่ค่อยถูกพูดถึง ผ่านสายตาของศิลปินที่เข้าใจความเปราะบางและความงามของเรื่องเล็ก ๆ ได้อย่างลึกซึ้ง มันเป็นอัลบั้มที่ไม่ได้ตะโกนใส่โลก แต่ค่อย ๆ ดึงเราลงไปฟังเสียงของโลกใบเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยรอยแตก ความหวัง และความจริงใจอย่างชัดเจน

นี่คืออีกก้าวที่น่าจับตาของ Zoh Amba และเป็นงานที่ยืนยันว่าเธอไม่ได้มีดีแค่ฝีมือการเล่นเครื่องลม แต่ยังเป็นนักเล่าเรื่องที่กำลังหาทางของตัวเองเจออย่างงดงามบนเส้นทางดนตรีอีกด้วย

Related Articles

Back to top button