อัสนี–วสันต์ ปิดฉากตำนานอย่างสมศักดิ์ศรี! “อยากจะย้ำชัด ๆ ครั้งสุดท้าย” ระเบิดพลังร็อกส่งท้ายกว่า 4 ทศวรรษ แฟนเพลงร้องลั่นฮอลล์ ก่อนบอกลากันด้วยน้ำตา

ค่ำคืนแห่งการบอกลาที่หลายคนไม่อยากให้มาถึงเดินทางมาถึงบทสรุปแล้ว สำหรับ อัสนี–วสันต์ โชติกุล สองพี่น้องระดับตำนานของวงการร็อกไทย กับ FAREWELL CONCERT “อยากจะย้ำชัด ๆ ครั้งสุดท้าย . .” ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ซึ่งจัดขึ้นเพื่อปิดบทสำคัญของเส้นทางดนตรีที่เดินทางร่วมกับคนไทยมานานกว่า 4 ทศวรรษ เดิมงานถูกวางไว้หลายรอบในช่วงต้นเดือนกันยายน ก่อนเกิดเหตุไม่คาดคิดกับพื้นที่นั่งยกระดับในรอบเปิดการแสดง จนผู้จัดต้องยุติการแสดงและจัดมาตรการด้านความปลอดภัย รวมถึงกำหนดรอบชดเชยขึ้นใหม่ ทำให้การ “บอกลา” ครั้งนี้ยิ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวและอารมณ์ที่เข้มข้นกว่าคอนเสิร์ตทั่วไป ขณะที่บัตรของงานได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจนหลายรอบถูกระบุว่า Sold Out ตั้งแต่ก่อนการแสดงจริง
เมื่อเสียงดนตรีเริ่มขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นกลางฮอลล์จึงไม่ใช่เพียงคอนเสิร์ตของศิลปินรุ่นใหญ่ แต่เหมือนเป็นการเปิดสมุดบันทึกความทรงจำของผู้ชมหลายเจเนอเรชัน เพราะเพลงของอัสนี–วสันต์จำนวนมากเติบโตมากับชีวิตของคนไทย ตั้งแต่ยุคเทปคาสเซ็ตต์ ซีดี จนมาถึงยุคสตรีมมิ่ง บทเพลงอย่าง “บ้าหอบฟาง”, “ก็เคยสัญญา”, “เธอปันใจ”, “รักเธอเสมอ”, “คงเดิม”, “กุ้มใจ”, “บังอรเอาแต่นอน”, “ลงเอย” และ “อยากได้ยินว่ารักกัน” ถูกหยิบกลับมาสร้างชีวิตบนเวทีอีกครั้ง พร้อมเอกลักษณ์กีตาร์และเสียงร้องที่ทำให้เพลงเหล่านี้ยังมีพลัง แม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี เสียงร้องจากคนดูจึงแทบกลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องดนตรีของโชว์ เมื่อแฟนเพลงพร้อมใจกันร้องตามตั้งแต่ต้นจนจบ ราวกับทุกคนกำลังย้อนกลับไปพบตัวเองในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตผ่านเพลงที่คุ้นเคย
ความพิเศษของ Farewell Concert ยังอยู่ที่การรวมตัวของศิลปินต่างยุคต่างสไตล์ ซึ่งเข้ามาทำให้เพลงของอัสนี–วสันต์เกิดบทสนทนาระหว่างคนหลายเจเนอเรชัน ตั้งแต่ นิ่ม สีฟ้า, อ้อม–สุนิสา สุขบุญสังข์, ป๊อด–ธนชัย อุชชิน และแพท–สุธาสินี พุทธินันทน์ ไปจนถึงศิลปินรุ่นใหม่อย่าง เจฟ ซาเตอร์ และอิ้งค์–วรันธร เปานิล ที่นำสีสันทางดนตรีของตัวเองมาเชื่อมต่อกับบทเพลงระดับตำนาน ขณะที่รอบชดเชยซึ่งจัดขึ้นภายหลังได้เพิ่มเซอร์ไพรส์ครั้งสำคัญด้วยสองศิลปินระดับตำนานอย่าง หนุ่ย–อำพล ลำพูน และตู่–นันทิดา แก้วบัวสาย การเลือกแขกรับเชิญเช่นนี้ทำให้คอนเสิร์ตไม่ได้ทำหน้าที่เพียงย้อนอดีต แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่าเพลงของอัสนี–วสันต์สามารถเดินทางข้ามยุคและถูกส่งต่อไปยังศิลปินรุ่นใหม่ได้อย่างไร

และในช่วงท้ายของการเดินทาง บรรยากาศภายในอิมแพ็ค อารีน่า ก็เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย เพราะนี่คือช่วงเวลาที่แฟนเพลงรู้ว่าการได้เห็น “ป้อม–อัสนี” และ “โต๊ะ–วสันต์” ยืนอยู่บนเวทีเดียวกันในฐานะคอนเสิร์ตอำลา กำลังกลายเป็นภาพที่ต้องเก็บไว้ในความทรงจำ การมาของหนุ่ย–อำพล และตู่–นันทิดา ในรอบชดเชยยิ่งช่วยเติมความหมายให้ค่ำคืนสุดท้าย ทั้งความดุดันของร็อกเกอร์และน้ำเสียงทรงพลังของศิลปินหญิงระดับตำนาน ก่อนที่เสียงเพลงและเสียงร้องของผู้ชมจะประสานกันเป็นภาพจำของการส่งท้าย
ท้ายที่สุด FAREWELL CONCERT “อยากจะย้ำชัด ๆ ครั้งสุดท้าย . .” จึงไม่ได้เป็นเพียงคอนเสิร์ตที่มีคำว่า “Farewell” อยู่บนชื่อ แต่เป็นบทสรุปของความสัมพันธ์ระหว่างสองพี่น้องกับแฟนเพลงที่เดินทางมาด้วยกันยาวนานกว่า 40 ปี จากเพลงที่เคยดังผ่านเทป กลายเป็นเพลงที่ผู้คนเปิดฟังผ่านโทรศัพท์ และจากเวทีในอดีตมาสู่เวทีอิมแพ็ค อารีน่าในค่ำคืนแห่งการอำลา แม้การแสดงจะจบลง แต่เพลงอย่าง “รักเธอเสมอ”, “ลงเอย” หรือ “อยากได้ยินว่ารักกัน” ยังคงมีโอกาสเดินทางต่อไปกับคนรุ่นใหม่อีกนาน เพราะสิ่งที่อัสนี–วสันต์สร้างไว้ไม่ได้มีเพียงเสียงกีตาร์หรือเพลงฮิต แต่คือความทรงจำที่ฝังอยู่ในชีวิตของผู้ฟัง และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้คำว่า “ครั้งสุดท้าย” บนเวทีครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าเรื่องราวของพวกเขาจะจบลงจริง ๆ เพราะตำนานอาจลาจากเวทีได้ แต่บทเพลงยังคงร้องต่อไปในใจคนเสมอ




