TOKYO INTERNATIONAL FILM FESTIVAL ครั้งที่ 39 เปิดไลน์อัปเต็ม! 204 หนังจากทั่วโลก ชู “CONNECTING” เชื่อมโลกผ่านภาพยนตร์

โตเกียวเตรียมลุกเป็นศูนย์กลางของโลกภาพยนตร์อีกครั้ง! เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตเกียว หรือ Tokyo International Film Festival (TIFF) ประกาศโปรแกรมเต็มสำหรับการจัดงานครั้งที่ 39 พร้อมเปิดพื้นที่ให้ภาพยนตร์จากหลากหลายประเทศและหลากหลายแนวทางมาพบกับผู้ชม ภายใต้ธีม “CONNECTING – Cinema Connects Us to the World Beyond” โดยเทศกาลจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 ตุลาคม – 4 พฤศจิกายน 2026 รวม 10 วัน ในย่าน Hibiya, Yurakucho, Marunouchi และ Ginza ของกรุงโตเกียว และปีนี้มีภาพยนตร์เข้าร่วมฉายรวม 204 เรื่อง เพิ่มขึ้นจาก 184 เรื่องในปีก่อน สะท้อนทิศทางของ TIFF ที่ต้องการขยายพื้นที่ให้ภาพยนตร์ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมผู้สร้าง ผู้ชม และวัฒนธรรมจากทั่วโลกเข้าหากัน
เปิดเทศกาลด้วยเรื่องที่แฟนหนังญี่ปุ่นจับตามองอย่าง “Sukiyaki” ผลงานกำกับของ Zeze Takahisa ซึ่งจะพาผู้ชมย้อนกลับไปสู่เบื้องหลังเพลง “Sukiyaki” ของ Sakamoto Kyu เพลงญี่ปุ่นที่เคยสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการขึ้นอันดับ 1 บน Billboard ของสหรัฐฯ เรื่องราวจะโฟกัสไปที่สามบุคคลสำคัญเบื้องหลังเพลงดัง ได้แก่ นักแต่งเพลง Nakamura Hachidai รับบทโดย Okada Junichi, นักแต่งเนื้อร้อง Ei Rokusuke รับบทโดย Matsuzaka Tori และนักร้อง Sakamoto Kyu รับบทโดย Nakano Taiga ก่อนที่ภาพยนตร์จะออกฉายในญี่ปุ่นช่วงปลายปี
ส่วนตำแหน่ง Centerpiece ตกเป็นของ “Godzilla Minus Zero” ผลงานจากผู้กำกับ Yamazaki Takashi ซึ่งถูกวางให้เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ไฮไลต์ประจำเทศกาล ขณะที่งานครั้งนี้จะปิดฉากด้วย “Colony” หนังซอมบี้จากเกาหลีใต้ของ Yeon Sang-ho ผู้กำกับ Train to Busan โดยทั้งสามเรื่องถูกวางตำแหน่งให้เป็นตัวแทนของความหลากหลายด้านแนวหนัง ตั้งแต่ดราม่าดนตรี โทคุซัทสึ ไปจนถึงแอ็กชัน-ทริลเลอร์ ทำให้โครงสร้างของ TIFF ครั้งที่ 39 มีทั้งหนังที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและผลงานร่วมสมัยที่ขับเคลื่อนภาพยนตร์เอเชียไปข้างหน้า

ด้านการแข่งขัน Competition ปีนี้คัดเลือกภาพยนตร์จำนวน 15 เรื่องจาก 31 ประเทศและภูมิภาค ครอบคลุมหลากหลายแนว พร้อมผลงานจากผู้กำกับมากประสบการณ์อย่าง Milcho Manchevski, Garin Nugroho และ Bahman Ghobadi รวมถึงผู้กำกับโรมาเนีย Teodora Ana Mihai ที่กลับเข้าสู่สายการแข่งขันของ TIFF เป็นครั้งที่สาม ขณะเดียวกันยังมีภาพยนตร์ญี่ปุ่น 3 เรื่องในสาย Competition ได้แก่ The Canary’s Lullaby ของ Ikeda Akira, Two Cigarettes, Three Nights ของ Mishima Yukiko และ The Intertwining ของ Yamamoto Akira สะท้อนความตั้งใจของเทศกาลที่จะเปิดพื้นที่ให้ทั้งผู้กำกับชื่อดังและเสียงใหม่ได้เข้ามาอยู่ในบทสนทนาเดียวกัน
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญของปีนี้คือการยกระดับ Nippon Cinema Now ให้มีการแข่งขันอย่างเป็นทางการ พร้อมภาพยนตร์ 8 เรื่องจากผู้กำกับทั้งหน้าใหม่และผู้สร้างที่มีประสบการณ์ ขณะที่สาย Asian Future มีหนังแข่งขัน 10 เรื่อง โดยโปรแกรมเมอร์ของ TIFF ชี้ให้เห็นถึงธีมร่วมของผลงานหลายเรื่องที่หันกลับมามอง “ครอบครัว” และชุมชนเล็ก ๆ ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน นอกจากนี้ยังมี CROSSCUT ASIA+ โปรแกรมใหม่ที่ทำร่วมกับ Japan Foundation นำเสนอภาพยนตร์จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายใต้แนวคิด “Side by Side” เพื่อสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนระหว่างผู้สร้างและคนทำงานภาพยนตร์จากญี่ปุ่นกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ฝั่งหนังที่อยู่นอกสายการแข่งขันก็จัดเต็มไม่แพ้กัน โดย Gala Selection มีทั้งภาพยนตร์ญี่ปุ่นและผลงานจากต่างประเทศ เช่น All the Lovers in the Night, Behemoth!, Fjord, Verity, Wild Horse Nine, Your Story – Kimi No Hanashi รวมถึง The Tiger and Her Wings The Movie ขณะที่โปรแกรม Animation มีภาพยนตร์ 12 เรื่องจากญี่ปุ่นและนานาชาติ และมีโปรแกรมพิเศษ “Women Directors: Diverse Visions” ที่นำผลงานแอนิเมชันโดยผู้กำกับหญิงมานำเสนอ ตั้งแต่ Detective Conan: The Fist of Blue Sapphire, Gold Kingdom and Water Kingdom ไปจนถึง The Rose of Versailles

นอกจากตัวภาพยนตร์แล้ว TIFF ปีนี้ยังเดินหน้าขยายพื้นที่สำหรับคนทำหนังรุ่นใหม่และความหลากหลายในอุตสาหกรรม ทั้งโปรแกรม Women’s Empowerment, Youth, Asian Students’ Film Conference รวมถึงกิจกรรมด้านอุตสาหกรรมภาพยนตร์และคอนเทนต์ผ่าน TIFFCOM ขณะที่โปรแกรมเมนต์และกิจกรรมพิเศษยังครอบคลุมตั้งแต่ Masterclass ไปจนถึงเวทีพูดคุยกับบุคลากรระดับสูงจาก Academy of Motion Picture Arts and Sciences (AMPAS) ซึ่งทำให้เทศกาลไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับ “ดูหนัง” แต่ยังเป็นจุดนัดพบของผู้สร้าง นักลงทุน ผู้จัดจำหน่าย และคนทำงานในอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากหลายประเทศ
สำหรับ TIFF ครั้งที่ 39 จึงเป็นมากกว่าการประกาศรายชื่อหนังประจำปี แต่คือการส่งสัญญาณถึงทิศทางใหม่ของเทศกาลที่ต้องการใช้ “Cinema” เป็นภาษากลางในการเชื่อมผู้คนข้ามพรมแดน ตั้งแต่หนังญี่ปุ่น หนังเอเชีย ไปจนถึงผลงานจากยุโรป อเมริกา และภูมิภาคอื่น ๆ โดยทั้งหมดจะมารวมตัวกันในโตเกียวตลอด 10 วัน ตั้งแต่ 26 ตุลาคม ถึง 4 พฤศจิกายน 2026 และเมื่อเทศกาลก้าวเข้าสู่ปีที่ 39 พร้อมจำนวนหนังที่เพิ่มขึ้นเป็น 204 เรื่อง ก็ยิ่งทำให้ TIFF กลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของปฏิทินภาพยนตร์นานาชาติที่คนรักหนังทั่วโลกจับตา ก่อนมุ่งหน้าสู่การเฉลิมฉลอง ครั้งที่ 40 ในปีถัดไป




