SM เดินหมากใหม่เขย่า K-POP! เปิดพิมพ์เขียว “SM NEXT 3.0” พลิกเกมครีเอทีฟ ปั้นอนาคตศิลปินสู่เวทีโลก

SM Entertainment ค่ายยักษ์ใหญ่ผู้ปั้นประวัติศาสตร์ K-POP ต่อเนื่องกว่า 3 ทศวรรษ ประกาศก้าวสำคัญอีกครั้ง ด้วยการเปิดพิมพ์เขียวอนาคตภายใต้ชื่อ “SM NEXT 3.0” อย่างเป็นทางการ นับเป็นการส่งสัญญาณชัดว่า SM ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็น “ผู้สร้างศิลปิน” แต่กำลังยกระดับตัวเองสู่การเป็นศูนย์กลางครีเอทีฟระดับโลก ที่ขับเคลื่อนด้วย “คน” และ “อาร์ติสต์” อย่างแท้จริง
การประกาศครั้งนี้ถูกถ่ายทอดผ่านวิดีโอ 2 ตอนบนช่อง YouTube ทางการของ SM โดยมี จางชอลฮยอก และ ทักยองจุน สองซีอีโอร่วม พร้อมด้วย อีซองซู (CAO – Chief A&R Officer) ออกมาเล่าทิศทางใหม่แบบชัดทุกมิติ ตั้งแต่โครงสร้างการผลิต ศิลปินใหม่ ธุรกิจ IP ไปจนถึงกลยุทธ์ระดับโลก ที่ออกแบบมาเพื่อทศวรรษต่อไปของ SM
จาก Multi-Production สู่ Multi-Creative
ศิลปินเป็นศูนย์กลาง ครีเอทีฟต้องยืดหยุ่น
หัวใจของ SM NEXT 3.0 คือการอัปเกรดระบบ Multi-Production ที่ใช้มาตลอดหลายปี ให้กลายเป็น Multi-Creative อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่การแบ่งทีมผลิตหลายชุด แต่คือการ “จัดวางครีเอเตอร์ที่เหมาะที่สุดให้กับศิลปินแต่ละคน” แบบโปรเจกต์ต่อโปรเจกต์
ทักยองจุน ระบุชัดว่า โลกของศิลปินในยุคนี้ไม่ได้หยุดนิ่ง คาแรกเตอร์และโลกทัศน์ของแต่ละคนต้องพัฒนาอยู่ตลอด การเลือกทีมครีเอทีฟที่ตอบโจทย์จึงเป็นกุญแจสำคัญ SM จะสร้างโครงสร้างที่ยืดหยุ่น เปิดทางให้ศิลปินเปลี่ยน เติบโต และท้าทายตัวเองได้อย่างเต็มศักยภาพ

บอยกรุ๊ปใหม่มาแน่! เดบิวต์ปี 2026
จับตา SMTR25 และโปรเจกต์เรียลิตี้
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่แฟน K-POP ห้ามพลาด คือการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า SM เตรียมเดบิวต์บอยกรุ๊ปใหม่ในปี 2026 โดยมีชื่อของทีมเด็กฝึกชาย SMTR25 อยู่ในเรดาร์ พร้อมแผนเปิดตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ผ่านรายการเรียลิตี้แนวใหม่ในชื่อ “응답하라 하이스쿨” ที่จะทำให้แฟน ๆ ได้เห็นพัฒนาการของเด็กฝึกแบบใกล้ชิด
นี่คือการตอกย้ำสไตล์ SM ที่ไม่ได้ขายแค่เดบิวต์ แต่ขาย “การเติบโต” และ “การผูกพัน” ระหว่างศิลปินกับแฟนตั้งแต่วันแรก
กลยุทธ์ Global IP เต็มสูบ
จีน-ไทย-ญี่ปุ่น คือสมรภูมิหลัก
SM NEXT 3.0 ยังชัดเจนในเรื่องการขยาย IP สู่ตลาดโลก โดยเลือกใช้โมเดล Local Partnership จับมือพันธมิตรระดับท็อปในแต่ละประเทศ
- จีน: Tencent Music Entertainment
- ไทย: True
- ญี่ปุ่น: อยู่ระหว่างเจรจากับหลายพาร์ตเนอร์รายใหญ่
เป้าหมายคือการนำครีเอทีฟของ SM ไปผสานกับความเข้าใจตลาดท้องถิ่น เพื่อสร้างศิลปินและคอนเทนต์ที่ “อินจริง” ในแต่ละประเทศ ไม่ใช่แค่ส่งออก K-POP แบบสำเร็จรูป

A&R ระดับโลก + AI เขย่าวงการเพลง
KMR กับคลังเพลงกว่า 7,000 แทร็ก
ด้านดนตรี SM เดินเกมหนักผ่านบริษัทลูกด้าน Music Publishing อย่าง KMR (Kreation Music Rights) ซึ่งขยายฐานจากเกาหลีและยุโรป สู่สหรัฐอเมริกาในปี 2025 ปัจจุบันมีเครือข่ายนักแต่งเพลงกว่า 370 คน และถือครองแคตตาล็อก K-POP กว่า 7,000 เพลง
อีซองซู เผยว่า เป้าหมายใน 5 ปีคือการพา KMR ขึ้นแท่น Music Publishing เบอร์หนึ่งของเอเชีย พร้อมใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลเพลงจำนวนมหาศาล เพื่อจับคู่เพลงที่ “เหมาะที่สุด” กับศิลปินแต่ละคน และตอบโจทย์รสนิยมแฟนเพลงได้แม่นยำยิ่งขึ้น
ปกป้องศิลปินจริงจัง แฟนมีส่วนร่วมมากขึ้น
KWANGYA 119 ขยับสู่ความโปร่งใส
ในฝั่งการดูแลศิลปิน SM ย้ำจุดยืนชัดเรื่องการปกป้องศิลปินจากการคุกคามออนไลน์ ผ่านระบบ KWANGYA 119 ที่ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา มีการรับแจ้งกว่า 300,000 เคส และมีอัตราการตอบสนองสูงถึง 99.8%
ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป SM เตรียมเปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีและการจัดการปัญหาให้แฟน ๆ รับรู้เป็นรายไตรมาส ถือเป็นอีกก้าวของความโปร่งใส และการสร้างความเชื่อมั่นระยะยาว
SM NEXT 3.0 ไม่ใช่แค่แผนธุรกิจ แต่คือทิศทางของ K-POP ยุคใหม่
การเปิดตัว SM NEXT 3.0 ไม่ได้เป็นเพียงการรีแบรนด์องค์กร แต่คือการประกาศชัดว่า SM กำลังนิยามอนาคตของ K-POP ใหม่อีกครั้ง ในวันที่ศิลปินต้องเป็นมากกว่าไอดอล และครีเอทีฟต้องเดินนำโลก หลัง 30 ปีบนจุดสูงสุด SM ยังไม่หยุดเดิน และหมากใหม่ครั้งนี้ อาจเป็นเกมที่เปลี่ยนทั้งอุตสาหกรรม




