Paramount ปรับเกมธุรกิจ! สั่งปลดพนักงานในสหรัฐฯ หลายร้อยราย เซ่นพิษเศรษฐกิจ-เคเบิลทีวีถอยหลัง แถมยังต้องลุ้นดีล Skydance ท่ามกลางศึกการเมือง!

ไฟสัญญาณสีแดงกำลังลุกโชนในอาณาจักรบันเทิงระดับโลก เมื่อ Paramount Global บริษัทแม่ของค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง CBS, MTV, Nickelodeon และ Paramount Pictures เดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรอีกระลอก ด้วยการ ปลดพนักงานในสหรัฐฯ คิดเป็น 3.5% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด หรือหลายร้อยรายเข้าให้แล้ว! งานนี้สะเทือนทั้งฮอลลีวูด และสะท้อนความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในวงการสื่อโลกอย่างเลี่ยงไม่ได้
โดยในการประกาศล่าสุดผ่านเมโมภายในองค์กร ซึ่งลงนามโดยสามซีอีโอใหญ่แห่ง Paramount ได้แก่ George Cheeks, Chris McCarthy และ Brian Robbins ได้แจ้งอย่างชัดเจนว่า การลดจำนวนพนักงานครั้งนี้เป็น “ความจำเป็น” ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค ที่หันหลังให้เคเบิลทีวีแบบเดิม ๆ แล้วพุ่งตรงไปยังแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งมากขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ Paramount กำลังเดินหน้าเจรจาขออนุมัติดีลควบรวมกิจการกับ Skydance Media บริษัทโปรดักชันที่อยู่เบื้องหลังหนังบล็อกบัสเตอร์มากมาย แต่ดันมาติดกับดักปัญหาทางกฎหมายกับรัฐบาลสหรัฐฯ จากกรณีสัมภาษณ์อดีตรองประธานาธิบดี Kamala Harris ผ่านรายการ “60 Minutes” ของ CBS ซึ่งอยู่ในเครือของ Paramount ดราม่าร้อน ๆ ที่ยังหาข้อยุติไม่ได้
หากย้อนกลับไปเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว Paramount เคยประกาศแผนอนาคตที่รวมถึงการตัดลดต้นทุน และลดคนไปแล้วถึง 15% ในช่วงเดือนสิงหาคม แต่ปรากฏว่าปัญหาก็ยังรุมเร้าไม่หยุด ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากเคเบิลที่ทรุดตัวหนัก โฆษณาที่หดหาย หรือการไหลออกของผู้ชมไปยังแพลตฟอร์มคู่แข่ง ทำให้จำเป็นต้อง “หั่นซ้ำ” อีกครั้งในตอนนี้ และอาจมีผลกระทบต่อทีมงานนอกสหรัฐฯ ตามมาในอนาคตอันใกล้
“เราขอขอบคุณทุกคนอย่างสุดหัวใจ สำหรับการทำงานที่ทุ่มเทและสร้างคุณค่าให้บริษัทตลอดมา แต่เพื่อให้ Paramount รอดพ้นจากความท้าทายในวันนี้ และก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน จำเป็นต้องปรับตัวอย่างหนัก” ซีอีโอทั้งสามกล่าว
ฝั่งวงการสื่อเองก็ใช่ว่าจะสงบ ล่าสุดยักษ์ใหญ่อื่น ๆ อย่าง Disney และ Warner Bros. Discovery ก็เพิ่งมีข่าวปลดคนเช่นกัน เรียกได้ว่าเป็น “ยุครีเซ็ตองค์กร” ของค่ายบันเทิงระดับโลกอย่างแท้จริง
Paramount มีพนักงานทั้งเต็มเวลาและพาร์ตไทม์รวมกว่า 18,600 คนทั่วโลก (ตามรายงานเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา) และนี่อาจเป็นเพียงบทแรกของการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ ที่ทั้งโลกต้องจับตาแบบห้ามกระพริบตา




