EnknowmicsLifeStyle

Warner Bros. Discovery โชว์ตัวเลขไตรมาส 4 ดึงสมาชิกสตรีมมิ่งเพิ่มกว่า 6 ล้านราย เดินหน้าสู่เป้าหมาย 150 ล้านในปี 2026

Warner Bros. Discovery (WBD) เผยผลประกอบการไตรมาสสุดท้ายของปี 2024 พร้อมตัวเลขที่สะท้อนการเติบโตของธุรกิจสตรีมมิ่งอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงสามเดือนสุดท้ายของปีที่ผ่านมา บริการสตรีมมิ่งของบริษัท ซึ่งมี Max เป็นหัวเรือหลัก สามารถดึงดูดสมาชิกเพิ่มอีก 6.4 ล้านราย ส่งผลให้ยอดสมาชิกรวมทั่วโลกแตะ 116.9 ล้านราย เป็นที่เรียบร้อย

รายได้จากธุรกิจสตรีมมิ่งไตรมาส 4 อยู่ที่ 2.65 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2023 ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย (Adjusted EBITDA) อยู่ที่ 409 ล้านดอลลาร์ พลิกจากขาดทุน 55 ล้านดอลลาร์ เมื่อปีที่แล้วอย่างชัดเจน

ตั้งเป้ากำไรทะลุพันล้าน พร้อมลุยยุโรปเต็มกำลัง

ในจดหมายถึงผู้ถือหุ้น WBD วางเป้าหมายสร้างกำไรจากธุรกิจสตรีมมิ่งในปี 2025 ให้แตะ 1.3 พันล้านดอลลาร์ หรือเกือบสองเท่าจากปี 2024 ที่ทำได้ 677 ล้านดอลลาร์ พร้อมเดินหน้าขยายฐานสมาชิกทั่วโลกให้ถึง 150 ล้านราย ภายในปี 2026

Max เตรียมบุกจอทีวีในยุโรป โดยจะเปิดตัวผ่านเครือข่าย Sky ในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ภายในไตรมาส 2 ปี 2026 และขยายไปยังเยอรมนีและอิตาลีในไตรมาสแรกของปีเดียวกัน

เดวิด ซาสลาฟ ซีอีโอของ WBD กล่าวย้ำระหว่างการประชุมว่า

“ในยุคเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมสื่อ ผู้เล่นระดับโลกเท่านั้นที่จะอยู่รอด และ Max ก็เป็นหนึ่งในนั้น”

ยืนยันคงคอนเทนต์กีฬา-ข่าวในแพ็คเกจเดิม แต่ถอดออกจากแพ็คเกจถูกสุด

WBD ยังประกาศว่าเนื้อหากีฬา B/R Sports และข่าวจาก CNN จะยังคงให้บริการฟรีในแพ็คเกจมาตรฐานและพรีเมียม โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่มเติม แม้ก่อนหน้านี้จะมีแผนเรียกเก็บเพิ่มก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป ทั้งสองส่วนนี้จะถูกถอดออกจากแพ็คเกจพื้นฐานแบบมีโฆษณา

เจบี เพอเร็ตต์ ประธานและซีอีโอฝ่ายสตรีมมิ่งระดับโลก เผยว่า บริษัทจะทดลองและปรับรูปแบบการหารายได้จากคอนเทนต์ข่าวและกีฬาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เหมาะกับพฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนไป

ไม่เน้นล่าลิขสิทธิ์กีฬาเพิ่ม เน้นสร้างผลตอบแทนสูงสุด

แม้แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งหลายรายจะเร่งลงทุนในคอนเทนต์กีฬา แต่ WBD กลับเลือกโฟกัสที่การสร้างผลตอบแทนจากลิขสิทธิ์ที่มีอยู่ให้เต็มประสิทธิภาพ แทนที่จะวิ่งไล่ซื้อคอนเทนต์ใหม่เพิ่ม โดยในสหรัฐฯ แม้บริษัทจะเสียลิขสิทธิ์การถ่ายทอด NBA ในฤดูกาลหน้า แต่ยังคงถือสิทธิ์รายการกีฬาระดับเมเจอร์อย่าง French Open, MLB, College Football และ NHL

“เราไม่จำเป็นต้องซื้อกีฬาเพิ่มอีกในตลาดไหนๆ เพื่อให้ธุรกิจไปต่อได้” ซาสลาฟย้ำ พร้อมระบุว่า การแข่งขันแย่งชิงลิขสิทธิ์กีฬาจะยิ่งดุเดือดและราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ

สื่อข่าวเจ็บหนัก ซีเอ็นเอ็นไม่เปรี้ยงตามคาดหลังศึกเลือกตั้ง

ในส่วนของข่าว ซาสลาฟยอมรับว่า WBD คาดหวังว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะช่วยดึงเรตติ้ง CNN ให้กลับมาคึกคัก แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามคาด โดย CNN และ MSNBC มีเรตติ้งลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ Fox News กลับรักษาฐานผู้ชมได้อย่างแข็งแกร่ง

เปิดผลงานไตรมาส 4 รายได้รวมลด กำไรยังติดลบ

ในภาพรวมไตรมาส 4 ปี 2024 WBD มีรายได้รวมอยู่ที่ 10.03 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ต่ำกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ตั้งไว้ 10.19 พันล้านดอลลาร์

ขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 494 ล้านดอลลาร์ หรือ ขาดทุน 20 เซนต์ต่อหุ้น ขาดทุนเพิ่มจากไตรมาส 4 ปี 2023 ที่ขาดทุน 400 ล้านดอลลาร์ หรือ 16 เซนต์ต่อหุ้น

ธุรกิจทีวียังคงถดถอย โดยรายได้จากเครือข่ายโทรทัศน์ลดลงเหลือ 4.77 พันล้านดอลลาร์ จาก 5.04 พันล้านดอลลาร์ ในปีก่อน และบริษัทเตือนว่าแนวโน้มผู้ชมเคเบิลจะลดลงต่อเนื่อง พร้อมกับตลาดโฆษณาในสหรัฐฯ ที่หดตัวเร็วกว่าคาด

ในทางกลับกัน ธุรกิจสตูดิโอ โชว์ฟื้นตัวได้ดี โดยรายได้ไตรมาส 4 อยู่ที่ 3.66 พันล้านดอลลาร์ เติบโตถึง 15% จากปีที่แล้ว

“เราโฟกัสเต็มที่กับการพาสตูดิโอกลับสู่จุดสูงสุดของวงการ” ซาสลาฟกล่าวทิ้งท้าย

หุ้น WBD ขยับบวก 5% ในช่วงการซื้อขายก่อนตลาดเปิด หลังการประกาศงบดังกล่าว

Related Articles

Back to top button