4 ตัวแม่–ตัวพ่อวงการบันเทิงบุก “เดอะโค้ช รถขนฝัน” กวาง–น้ำผึ้ง เติมน้ำตา ฮันนี่–ติ๊ก เติมเสียงฮา ก่อนพาความฝันของเด็กบอลขึ้นจอใหญ่

ภาพยนตร์ไทยเรื่อง “เดอะโค้ช รถขนฝัน” (THE COACH OF DREAMS) กำลังเป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าจับตา เพราะไม่ได้เล่าเพียงเรื่องการแข่งขันฟุตบอลในสนาม แต่หยิบเรื่องราวส่วนหนึ่งจากชีวิตจริงของ อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ โค้ชผู้ปลุกปั้นนักฟุตบอลเยาวชน มาถ่ายทอดเป็นเรื่องราวของเด็ก ๆ ที่ต้องฝ่าทั้งอุปสรรค ความกดดัน และข้อจำกัดในชีวิตเพื่อเดินหน้าไปหาความฝัน โดยภาพยนตร์ได้ สำรวย รักชาติ รับหน้าที่กำกับ และมีทั้งบุคคลจากเรื่องจริงกับนักแสดงอาชีพมาร่วมกันสร้างโลกของหนัง ทำให้เส้นแบ่งระหว่าง “นักกีฬา” กับ “นักแสดง” กลายเป็นอีกเสน่ห์สำคัญของเรื่องนี้
หนึ่งในแกนสำคัญของเรื่องคือ “ครอบครัว” ซึ่งเข้ามาเป็นแรงผลักดันเบื้องหลังความฝันของนักเตะรุ่นเยาว์ งานนี้ กวาง กมลชนก รับบท “นวล” คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องดูแลลูก ๆ หลังสูญเสียสามี พร้อมทำมาหากินด้วยการขายน้ำเต้าหู้ ขณะที่ลูกชายอย่าง “นาว เจษฎา ลังกา” มีความฝันอยากเดินหน้าทั้งเรื่องการเรียนและฟุตบอล บทนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแม่ที่คอยอยู่ข้างสนาม แต่เป็นคนที่คอยประคองหัวใจของลูกในวันที่เส้นทางความฝันไม่ได้ง่ายนัก โดยกวางยังชื่นชมการแสดงของนาวว่ามีความเป็นธรรมชาติ สามารถถ่ายทอดอารมณ์ผ่านสายตาและฉากดราม่าได้จนทำให้เธอมองเขาเหมือนลูกชายคนหนึ่งในช่วงวัยรุ่นเลยทีเดียว
ฝั่ง น้ำผึ้ง ณัฐริกา ก็รับบทแม่ในอีกมุมหนึ่ง โดยเธอรับบท “พิม” คุณแม่ของ “เต วรากร ช่างเขียนดี” เด็กหนุ่มที่ชีวิตกำลังเดินผิดทาง ทั้งปัญหาการเรียนและพฤติกรรมเกเร ก่อนที่แม่จะตัดสินใจส่งเขาไปอยู่ในการดูแลของอาจารย์สกลและใช้ฟุตบอลเป็นเครื่องมือเปลี่ยนอนาคตของลูก ความสัมพันธ์คู่นี้จึงมีทั้งความขัดแย้งและความรักที่อยู่เบื้องหลัง น้ำผึ้งเล่าว่าช่วงแรกเตยังมีอาการเกร็งกับการแสดง แต่การสร้างบรรยากาศให้สนิทกันมากขึ้นช่วยให้เจ้าตัวผ่อนคลาย และเมื่อถึงเวลาถ่ายฉากดราม่า ทั้งคู่ก็สามารถสร้างบรรยากาศแม่ลูกออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ขณะเดียวกันตัวตนที่มีความกวน ๆ ของเตก็กลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ตัวละครดูมีชีวิตมากขึ้น

แต่ถ้ามีความอบอุ่นและดราม่าแล้ว หนังเรื่องนี้ก็ต้องมีตัวช่วยเบรกอารมณ์กันบ้าง เพราะ ฮันนี่ ภัสสร เข้ามารับบท “เจ๊ดา” ตัวละครที่มีใจให้อาจารย์สกลและคอยเข้ามาหยอกล้อสร้างสีสัน โดยเจ้าตัวเผยว่าหลายจังหวะเป็นการเล่นแบบเปิดพื้นที่ให้ปรับสดหน้างานตามคำแนะนำของผู้กำกับ ขณะที่ ติ๊ก กลิ่นสี รับบท “โค้ชติ๊ก” โค้ชของทีมคู่แข่งที่ต้องมาประชันกับฝั่งของอาจารย์สกล ด้วยคาแรกเตอร์แนวเซียน ๆ กวน ๆ และมีมุกฮาเข้ามาเสริมจังหวะการแข่งขัน นอกจากนี้ติ๊กยังมองว่าหนังที่พูดถึงกีฬาและการผลักดันเยาวชนเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะฟุตบอลในเรื่องไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันเพื่อชัยชนะ แต่เป็นพื้นที่ที่เด็ก ๆ ได้ค้นพบโอกาสและศักยภาพของตัวเอง
ทั้งหมดจึงทำให้ “เดอะโค้ช รถขนฝัน” ไม่ได้มีแค่เกมฟุตบอลเป็นเดิมพัน แต่ยังมีความสัมพันธ์ระหว่างโค้ชกับลูกทีม ความรักของครอบครัว ความฝันของเด็ก ๆ และบรรดาผู้ใหญ่ที่เข้ามาเป็นแรงผลักดันหรือบททดสอบระหว่างทาง เมื่อเรื่องจริงถูกนำมาต่อยอดเป็นภาพยนตร์ และมีทั้งนักกีฬาเจ้าของประสบการณ์จริงกับนักแสดงมากฝีมือมาร่วมถ่ายทอด เรื่องราวจึงถูกวางให้เป็นหนังที่มีทั้งดราม่า ฟีลกู๊ด และคอมเมดี้ในเรื่องเดียวกัน หลังปล่อยตัวอย่างออกมาแล้ว หนังเตรียมพาผู้ชมไปลุ้นว่า “รถขนฝัน” คันนี้จะพาเด็ก ๆ ไปถึงเส้นชัยได้ไกลแค่ไหน 8 ตุลาคม 2569 ในโรงภาพยนตร์




